กล้วยไม้

วิธีขยายพันธุ์อะกาเว่

อะกาเว่

ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลายคนมองหาไม้ประดับสวยๆน่ารักมอบให้คนที่เป็นพิเศษและนับถือกันตามประเพณีสากล ซึ่ง “อะกาเว่” เป็นไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมใช้เป็นสื่อบอกความในใจมาช้านาน เนื่องจากขนาดของต้นเล็กกะทัดรัดน่ารักดี มีหลากหลายชนิดให้เลือกซื้อ และแม้ว่า “อะกาเว่” จะเป็นไม้ประดับมีหนาม แต่ก็มีสื่อความหมายถึงความงดงามที่ซ่อนอยู่ในความเข้มแข็งน่าเกรงขามและอยู่ได้ยาวนานดีมาก

อย่างไรก็ตาม หลายคนอยากทราบว่า “อะกาเว่” มีวิธีขยายพันธุ์อย่างไร โดยทั่วไปนิยมปฏิบัติคือ ใช้มีดคมๆ ตัดยอดสุดของต้นที่มีใบติดครบทุกใบชั้นบนสุด ทาแผลที่ถูกตัดด้วยปูนแดง นำส่วนที่ตัดไปวางบนดินในกระถางที่เตรียมไว้ ฉีดพ่นน้ำด้วยป๊อกกี้ พอชื้นบริเวณดิน วันเว้นวันประมาณ 2-3 อาทิตย์ จะมี รากงอกฝังลงดินเป็น “อะกาเว่” ต้นใหม่ ส่วนต้นแม่ที่ถูกตัดจะมียอดใหม่แตกขึ้นมาแทนตามธรรมชาติ

นอกจากนั้น ยังมีวิธีปฏิบัติอีกคือ ใช้มีดคมๆ ผ่าครึ่งซีกของต้นตั้งแต่ยอดจนถึงโคนต้น แล้วนำส่วนที่ผ่าทั้ง 2 ซีก ทาแผลที่ถูกผ่าด้วยปูนแดงวางไว้บนดินปลูกฉีดพ่นน้ำเช่นเดียวกันประมาณ 2-3 อาทิตย์ จะมีต้นใหม่แตกขึ้นมาบริเวณโคนใบที่ถูกผ่าหลายต้น เมื่อต้นแข็งแรงดีสามารถตัดแยกไปปลูกลงกระถางได้ และอีกวิธีหนึ่ง ดูจะโหดร้ายไปซักนิดในการปฏิบัติกับต้นไม้ที่น่ารัก คือเอาสว่านไฟฟ้าเจาะลงไปเลยบริเวณยอดให้ทะลุจนถึงโคนต้น จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น รดน้ำบำรุงปุ๋ยตามปกติ ประมาณ 3-4 อาทิตย์จะมีต้นใหม่แตกขึ้นมาเองหลายต้นเช่นกัน

ส่วน เครื่องปลูก “อะกาเว่” ที่นิยมในบ้านเรามีใบก้ามปูชนิดแห้ง (มีขายทั่วไป) ผสมกับกาบมะพร้าวแห้งสับละเอียด หินภูเขาไฟ (มีขายทั่วไปเช่นเดียวกัน) ดินปนทรายหยาบอย่างละ 1 ส่วนเท่ากัน คลุกจนได้ที่ ทำทางระบายน้ำก้นกระถางปลูกให้ดี อย่าให้มีน้ำท่วมขังได้อย่างเด็ดขาด

จากนั้น นำเอาต้น “อะกาเว่” ลงปลูกแล้วนำกระถางปลูกไปวางประดับในที่แจ้งมีแสงแดดส่องถึงประมาณ 50% รดน้ำด้วยการฉีดพ่นจากกระบอกป๊อกกี้ บริเวณหน้าดินพอชื้นไม่ต้องมากจนแฉะวันเว้นวัน หรือ 3 วันครั้ง บำรุงปุ๋ยละลายช้า “ออสโมโคต” โรยตาม หน้าดินเล็กน้อย 3 เดือนครั้ง จะทำให้ “อะกาเว่”แตกต้นและใบสีสันงดงามตามสายพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันต้น “อะกาเว่” มีขายที่ตลาดนัด ไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ มีหลายสายพันธุ์ที่บริเวณโครงการ 5 ปากทางออกประตู 3 แผง “คุณเมฆ” ราคาสอบถามกันเองครับ.

นายเกษตร ไทยรัฐ

ลิลลี่คางคก ดอกสวย

บอกชื่อ คางคก อยากบอกว่าไม่อยากเปิดเลยเชื่อมั้ย?
ดอกไม้อะไรจะชื่อน่าเกลียดแท้ แต่พอเปิดดู โอ้วแม่จ้าววววววววว
งามแต้ ๆ ละก๊าาาาาาา…
ลิลลี่คางคก
ผมพบ ไม้ต้นนี้วางขายที่ตลาดนัดไม้ดอก ไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ เมื่อไม่ นานมานี้ และมีดอกรูปทรงน่ารักคล้ายดอกกล้วยไม้ แต่ลำต้นไม่ใช่ลำต้นของกล้วยไม้ สีสันของดอกแปลกตาดี ไม่มีผู้ซื้อให้ความสนใจเท่าที่ควร จึงสอบถามผู้ขายทราบชื่อว่า “ลิลลี่คางคก” หรือภาษาอังกฤษเขียนว่า (TOADS LILY) แปลตรงตัวเลย ซึ่งผู้ขายบอกต่ออีกว่า สาเหตุที่ชื่อ “ลิลลี่คางคก” เป็นเพราะสีของดอกมีลายประทั่วทำให้ดูเหมือนลายของตัวคางคกนั่นเอง แต่น่าเสียดายที่ดอกไม่มีกลิ่นหอม เลยทำให้มีผู้สนใจน้อยมาก

ลิลลี่คางคก มีถิ่นกำเนิดจาก รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ขายนิยมเรียกว่า “ลิลลี่ฮาวาย” มากกว่าชื่อ “ลิลลี่คางคก” เพราะฟังแล้วดีกว่า ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีเหง้าใต้ดิน ต้นสูงเต็มที่ไม่เกินครึ่งเมตร ลำต้นกลมเป็นข้อปล้องคล้ายต้นเอื้องหมาย-นา อวบน้ำ แตกกิ่งแขนงตามข้อ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตามข้อ ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม โคนใบเป็นกาบหุ้มลำต้นบริเวณข้อ ผิวใบเป็นคลื่นคล้ายใบกล้วยไม้ชื่อเอื้องไผ่สีเขียวสด เวลาใบดกจะดูคล้ายทั้งต้นเอื้องหมายนาและต้นกล้วยไม้เอื้องไผ่แปลกมาก

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย 1-3 ดอก ก้านช่อดอกยาว ลักษณะดอกคล้ายดอกกล้วย-ไม้จำพวกเอื้องชนิดต่างๆทั่วไปคือ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกเป็นสีขาว มีลายประสีแดงอมชมพูกระจายทั่วทั้งใบ กลีบปากเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลหรืออมส้ม ดอกเมื่อบานเต็มที่กว้างประมาณ 1 นิ้วฟุต เวลามีดอกดกและดอกบานสะพรั่งพร้อมๆกันทั้งต้นจะดูสวยงามน่ารักและแปลกตามาก ดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ ด้วยเหง้าหรือหน่อ

ปัจจุบัน “ลิลลี่คางคก” หรือที่ผู้ขายนิยมเรียก “ลิลลี่ฮาวาย” มีต้นขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 2 แผง “ป้าแอ็ด-คุณขวัญ” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป จะเติบโตได้ดีหากปลูกในดินโปร่งและร่วน ดังนั้น ดินปลูกจึงควรเพิ่มทรายหยาบและกาบมะพร้าวแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปอีกอย่างละ 1 ส่วน เป็นไม้ชอบแดด ไม่ชอบน้ำท่วมขัง หลังปลูกรดน้ำพอชุ่มเช้าเย็น บำรุงปุ๋ยมูล สัตว์จำพวกขี้วัวหรือขี้ควายแห้งโรยตามหน้าดินรอบโคนต้นเดือนละครั้ง จะทำให้ “ลิลลี่คางคก” หรือ “ลิลลี่ฮาวาย” เป็นพุ่มแน่น มีดอกสวยงามน่ารักน่าชมมากครับ.

“นายเกษตร ไทยรัฐ”

มหาหงส์ สเลเตย์

ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากที่นิยมปลูกไม้ดอกหอมมีข้อสงสัยว่า ทำไมต้น “มหาหงส์” ชนิดดอกสีขาว มีสีเหลืองแต้มกลางดอกที่ปลูกในบ้านจึงมีกลิ่นหอมน้อยไม่เหมือนที่พบในบ้านเพื่อน มีข้อแตกต่างกันอย่างไร ซึ่ง ความจริงแล้ว “มหาหงส์” ที่มีวางขายทั่วไปจะมีด้วยกัน 4 ชนิด ได้แก่ ชนิดดอกสีขาวล้วน ดอกสีเหลือง ดอกสีส้ม และดอกสีขาวแต้มสีเหลือง ทุกสีจะมีกลิ่นหอมเป็นเสน่ห์เหมือนกัน แต่กลิ่นหอมจะแรงไม่เท่ากัน โดย “มหาหงส์” ชนิดดอกสีขาวล้วนจะมีกลิ่นหอมแรงที่สุด รองลงไปคือชนิดดอกสีขาวแต้มเหลือง ดอกสีส้ม และดอกสีเหลืองตามลำดับ ที่สำคัญชนิดที่ดอกเป็นสีขาวล้วนขนาดของดอกจะใหญ่กว่าทุกสีอีกด้วย

มหาหงส์

มหาหงส์ หรือ HEDYCHIUM CORONA RIUM J. KOENIG ชื่อสามัญ WHITE GINGER อยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน แตกต้นเป็นกอ สูง 1.5-2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับรูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก ปลายเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ โคนก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น สีเขียวสดคล้ายต้นขิง

ดอก มีหลายสีตามที่กล่าวข้างต้น แต่ดอกสีขาวล้วนจะหอมแรงที่สุด ออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีใบประดับหนา ภายในมีดอกแลบออกมาจำนวน 3-5 ดอก มีกลีบดอก 3 กลีบ โคนเชื่อมกันเป็นหลอด มีเกสรตัวผู้เป็นหมัน 3 อัน เกสรตัวผู้สมบูรณ์เพศ 1 อัน เวลามีดอกหลายๆช่อ และดอกบานพร้อมกันจะสวยงามและส่งกลิ่นหอมแรงกระจายทั่วบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ชื่นใจยิ่ง “ผล” ทรงกระบอก เมล็ดสีน้ำตาลอมแดง ดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเหง้า ถิ่นกำเนิดชนิดดอกสีขาวล้วน เทือกเขาหิมาลัย สีอื่นๆมาจากยุโรป ปลูกใกล้น้ำจะมีดอกดกส่งกลิ่นหอมแรงสร้างบรรยากาศเป็นธรรมชาติดีมาก

ประโยชน์ เหง้า มีสาร VOLATILE OIL ประกอบด้วย SESQUITERPENES, PHENOLS, KETONES เหง้าหั่นบางๆตากแห้งแล้วตำ หรือบดเป็นผงคลุกน้ำผึ้งแท้ก้อนเท่าปลายนิ้วหัวแม่มือผู้ใหญ่ กินทุกวัน วันละครั้ง เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ไตพิการ บำรุงโลหิต บำรุงกำลัง แก้คลื่นเหียนอาเจียน สำหรับสตรีมีครรภ์ ต้มเอาน้ำกลั้วคอแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ และน้ำคั้นใช้ทาแผลบวมได้ สารที่ให้ความหอมใช้ เป็นส่วนผสมของสบู่ โคโลญ โลชั่น และครีมอาบน้ำ ตำราว่านระบุว่า “มหาหงส์” เป็นว่านมงคล ร้านค้า บ้านเรือน มีปลูกไว้จะเป็นเสน่ห์ เรียกลูกค้า เข้าไปอุดหนุนไม่ขาดระยะ และ คุ้มครองให้ผู้อยู่อาศัยเป็นสุขครับ.

นายเกษตร ไทยรัฐ

เทียนแดง เปลวสุริยา

หลายคน ที่ชื่นชอบปลูกไม้ประดับประเภทที่มีดอกสวยงาม สงสัยว่า ต้น เปลวสุริยา ที่ผู้ขายเอามาวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ มีดอกสีสันเข้มข้นน่าชมมากมีที่มาอย่างไร เพราะสอบถามผู้ขายบอกได้เพียงชื่อว่า เปลว สุริยา อย่างอื่นไม่รู้ ซึ่งความจริงแล้วต้นเปลวสุริยา
เทียนแดง

ที่ผู้ขายบอกนั้นก็คือ ต้น “เทียนแดง” นั่นเอง เป็นไม้ ที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศในแถบอเมริกาใต้ ถูกนำเข้ามาปลูก และขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานแล้ว จนกลายเป็นไม้ไทยไปโดยปริยาย ส่วนชื่อที่ผู้ขายเรียกว่าเปลว สุริยานั้น น่าจะมาจากสีสันของดอก และ นอกจากต้น “เทียนแดง” จะมีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ทั้งต้นยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรอีกด้วย

โดย ราก ทำให้อาเจียน ใช้เป็นยาถ่าย ทั้งต้น ทำให้อาเจียน รักษาบิด ใบตำ ละเอียดคั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาขับพยาธิ พอกห้ามเลือดจากแผลสด ซึ่งรากของ “เทียนแดง” พบว่ามีสาร CURASSAVINE

เทียนแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า ASCLEPIAS CURASSAVICA LINN. อยู่ในวงศ์ ASCLEPIADACEAE มีชื่อสามัญคือ BASTARD LPECACUANHA, BLOOD FLOWER, RED HEAD COTTON ลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูง 1-1.5 เมตร แตกกิ่งตรงปลายยอดเล็กน้อย ทุกส่วนมียางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปใบหอกแคบ ปลายและโคนใบแหลม สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยไม่น้อยกว่า 10 ดอก กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกโคนเชื่อมกันเป็นหลอดเช่นกัน ปลายแยกเป็นกลีบดอก 5 กลีบ กลีบดอกมักโค้งงอ มีรยางค์ 5 อัน กลีบดอกเป็นสีแดงเข้ม หรือ สีแดงอมส้ม เกสรตัวผู้เป็นสีเหลืองสด หรือ สีเหลืองอมส้ม มี 5 อัน เวลามีดอกดกหลายๆช่อ และช่อดอกตั้งขึ้น จะดูสวยงามเจิดจ้ามาก “ผล” เป็นฝักรูปขอบขนานแกมรูปไข่ เมื่อฝักแก่แตกได้ เมล็ดมีขนสีขาวเป็นกระจุก ดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

มีชื่อ เรียกในประเทศไทยอีกเยอะ เช่น ค่าน้ำ, เด็งจ้อน (ลำปาง) ดอกไม้จีน, ไม้เมืองจีน (สุราษฎร์ธานี) เทียนใต้, ไฟเดือนห้า (ภาคเหนือ) บัวลาแดง (เชียงใหม่) ไม้จีน (ประจวบคีรีขันธ์) มีต้นขายทั่วไป เหมาะจะปลูกประดับเป็นกลุ่มหลายๆต้น เวลามีดอกจะสร้างสีสันสวยงามเจิดจ้ามากครับ.

“นายเกษตร”

ดอกรักเร่ดอกรักแรก

ใน บรรดาไม้ดอกสวยงามมีไม่กี่ชนิดที่จัดอยู่ ในจำพวกมีความสวยงามเป็นอมตะ ซึ่งดอก “รักเร่” หรืออีกชื่อที่ผู้คนมาตั้งกันใหม่และนิยมเรียกจนติดปากว่า ดอก “รักแรก” เพราะชื่อ “รักเร่” ที่เรียกกันมาตั้งแต่โบราณฟังแล้วไม่เป็นมงคล คล้ายกับคนเร่รักไปเรื่อย หาจุดสิ้นสุดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม จากความงามและรูปลักษณ์ของดอก “รักเร่” หรือ “รักแรก” ที่ถูกธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมา ถือว่าเป็นไม้ดอกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในต่างประเทศ เวลาปลูกเป็นกลุ่มหลายๆต้นแล้ว มีดอกชูช่ออวดสีสันหลากหลายสี จะสวยงามประทับใจแบบไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

ดอกรักแรก

ปัจจุบัน “รักเร่” หรือ “รักแรก” หาซื้อต้นไปปลูกยากมาก ขนาดที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ปีหนึ่งจะมีผู้เพาะขยายพันธุ์ออกวางขายเพียงครั้งเดียว ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมกราคมของปีถัดไปเท่านั้น และมีจำนวนไม่ มากนัก ส่วนใหญ่จะถูกกว้านซื้อหมดเกลี้ยงในเวลารวดเร็ว ที่สำคัญเดี๋ยวนี้หาชมได้ยากอีกด้วย จึงแนะนำในคอลัมน์อีกตามระเบียบ

รักเร่ หรือ “รักแรก” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า DAHLIA HYBRID ชื่อสามัญ GARDEN DAHLIA อยู่ในวงศ์ COMPOSITAE ลักษณะเป็นไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน สูง 40-100 ซม. ใบเป็นใบเดี่ยว หรือใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ ออกตรงกันข้าม ปลายใบ แหลม ขอบใบจักร โคนใบสอบ มีขนละเอียด สีเขียวสด

ดอกมีหลายสี ออกเป็นดอกเดี่ยวๆที่ปลายยอด มีริ้วประดับ 2-3 ชั้น ดอกวงนอกรูปรางน้ำหลายชั้น บางสายพันธุ์ชั้นเดียว ดอกวงในเป็นหลอด ปลายจักร 5 แฉก มีหลายสีตามที่กล่าวข้างต้น เช่น ชมพู ส้ม ขาว เหลือง และ สองสีในดอกเดียว เป็นต้น ดอกเมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดใหญ่มาก ประมาณอุ้งมือผู้ใหญ่ เวลามีดอกจะดูสวยงามน่ารักมาก ดอกออกตลอดปี “ผล” แบน มีเมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและหัวใต้ดิน แต่ละปีจะมีผู้นำต้นติดดอกออกวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ในช่วงที่บอกไว้ข้างต้น ที่บริเวณโครงการ 15 แผง “คุณปืด” มีหลายสีหลายพันธุ์ให้เลือกซื้อไปปลูกประดับ ราคาสอบถามกันเอง เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ชอบแดด ไม่ชอบน้ำท่วมขัง เมื่อมีดอกและดอกร่วงโรยต้นจะยุบ แต่จะแตกต้นขึ้นมาใหม่ได้จากหัวที่ฝังอยู่ใต้ดิน

ประโยชน์ หัวใต้ดินต้มกับหมูสับรับประทานแก้โรคหัวใจ แก้ไข้ต้น หรือไข้หัวลมดีมาก น้ำคั้นจากต้นมีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะอ่อนๆ ฆ่าเชื้อ STAPHYLOCOCCUS ได้ บางครั้งใบก็มีพิษครับ.

นายเกษตร ไทยรัฐ

เบญจมาศแคระ

ช่วงนี้ ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ที่เปิดขายเฉพาะต้นไม้เพียงอย่างเดียว จะมีพันธุ์ไม้แปลกออกวางขายแพร่หลาย โดยเฉพาะ ประเภทไม้ดอกสวยงามที่มีต้นเล็กกะทัดรัด เหมาะจะซื้อเป็นของมอบคนที่เป็นพิเศษหรือเป็นที่เคารพนับถือในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ได้ดีมาก มีสื่อความหมายถึงความสุขสดชื่นเพราะเป็นต้นไม้ที่มีดอกสวยงามแบบสดๆ ไม่ใช่ดอกไม้แห้งนั่นเอง ซึ่ง “เบญจมาศแคระ” ที่ผู้ขายบอกว่าเป็นพันธุ์ที่เกิดจากการเพาะเนื้อเยื่อด้วยฝีมือตัวเองว่า มีด้วยกันหลายสี เช่น สีชมพู สีม่วงอมชมพู สีส้ม สีแดง สีแดงเลือดนก และสีเหลือง กำลังเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในเวลานี้

เบญจมาศแคระ

เบญจมาศแคระ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ เหมือนกับ เบญจมาศทั่วไปคือ CHRYSANTHEMUM MORIFO- LIUM RAMAT. อยู่ในวงศ์ COMPOSITAE เป็นไม้ล้มลุก ต้นสูงไม่เกิน 5 นิ้วฟุต ใบรูปไข่ออกสลับ โคนใบสอบ ขอบเว้าเป็นแฉกและจักรเป็นฟันเลื่อย ด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขน สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อกระจุกเดี่ยวๆตามซอกใบและปลายกิ่ง ริ้วประดับมักเรียงเป็นรูปถ้วย กลีบดอกมักเป็นหลอดทั้งหมด หรือเป็นรูปรางน้ำ เรียงเบียดกันหนาแน่น เมื่อดอกบานเต็มที่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้วฟุต มีหลายสีตามที่กล่าวข้างต้น เวลามีดอกดกจะดูสวยงามน่ารักมาก ดอกออกเมื่อต้นมีอายุ 2-3 เดือน “ผล” รูปแบนมีสัน มีเมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ปักชำกิ่ง และหน่อ มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 4 แผง “สวนพฤกษาอภิญญา” ราคาสอบถามกันเอง ซึ่งแผงนี้จะเน้นจำหน่ายไม้แคระเป็นหลักและมีให้เลือกซื้อหลากหลายชนิด

วิธีเลี้ยง “เบญจมาศแคระ” ขณะต้นยังไม่มีดอกให้เลี้ยงกลางแดด เพื่อให้ต้นสร้างตาดอก พอมีดอกบานดีแล้วให้นำไปเลี้ยงในที่ร่มหรือตั้งประดับโต๊ะทำงานได้ หลังจากดอกโรยให้ ตัดแต่งกิ่งนำไปเลี้ยงกลางแดดพร้อมใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 บำรุงต้น เมื่อต้นแตกยอดมีดอกบานนำกลับไปเลี้ยงที่ร่มหรือตั้งประดับโต๊ะทำงานได้อีก ปฏิบัติเช่นนี้เป็นวัฏจักร ต้น “เบญจมาศแคระ” จะมีอายุนานประมาณ 3 เดือน แต่ดินในกระถางปลูกต้องเปลี่ยนอย่างน้อยเดือนละครั้งอีกด้วยจึงจะทำให้มีดอกดกสีสันงดงาม

ประโยชน์ของเบญจมาศ ทั้งต้นแก้โรคตับ ไขข้ออักเสบ ประจำ เดือนไม่ปกติ ปวดหัว ป้องกันผมหงอก ขับลม เป็นยาเจริญอาหาร บำรุงประสาทและสายตา โดยส่วนใหญ่ใช้ ต้มน้ำดื่มครับ.

นายเกษตร ไทยรัฐ

ฉัตรเงิน

ไม้ต้นนี้ เพิ่งมีวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ เมื่อไม่นานมานี้ แต่ละต้นมีดอกบานสะพรั่งสวยงามและส่งกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก คล้ายกลิ่นหอมของดอกพะยอม รู้สึกสดชื่นเป็นยิ่งนัก ทำให้นึกถึงความหลังสมัยเป็นเด็กบ้านนอกเวลาขึ้นเขาเข้าป่าในช่วงฤดูหนาวแล้วต้นพะยอม
ออกดอกเต็มต้นส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วขุนเขาสร้างบรรยากาศให้ไม่อยากจะลงจากเขาเลยในช่วงดังกล่าว
ฉัตรเงิน
สำหรับต้น “ฉัตรเงิน” ผู้ขายบอกว่าเป็นไม้นำ เข้าจากประเทศออสเตรเลียหลายปีแล้ว และจำชื่อและวงศ์เฉพาะไม่ได้ ทราบเพียงว่าเป็นไม้กลุ่มเดียวกับลดาวัลย์ของไทย บางคนจึงเรียกอีกชื่อว่า “ลดาวัลย์ ออสเตรเลีย” ชื่อ “ฉัตรเงิน” นั้นมาจากลักษณะของช่อดอกที่เป็นช่อแบบเชิงลดดูคล้ายฉัตร และสีของดอกเป็นสีขาว เลยถูกตั้งชื่อว่า “ฉัตรเงิน” ดังกล่าว

ฉัตรเงิน หรือ “ลดาวัลย์ออสเตรเลีย” อยู่ในวงศ์ CONVOLVULACEAE เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง ต้นหรือเถาสามารถเลื้อยได้ไกลกว่า 10 เมตร ลำต้นหรือเถากลม ผิวต้นเป็นสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเยอะ กิ่งแขนงหรือกิ่งอ่อนจะห้อยลง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปรี ปลายแหลม โคนเว้าคล้ายรูปหัวใจ สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ลักษณะช่อดอกเป็นแบบเชิงลดตามที่กล่าวข้างต้น แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกโคนเชื่อมกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็นกลีบดอก 5 กลีบ รูปกลีบมนสีขาวสดใส ดอกเมื่อบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณครึ่งนิ้วฟุต มีเกสร 5 อัน ดอกมีกลิ่นหอมแรงคล้ายกลิ่นหอมของดอกพะยอมที่เป็นไม้ยืนต้น ดอกออกตลอดปี เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะดูสวยงามและส่งกลิ่นหอมกระจายทั่วบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ชื่นใจยิ่ง “ผล” ทรงกลม มีเมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และทาบกิ่ง

ปัจจุบันต้น “ฉัตรเงิน” หรือ “ลดาวัลย์ ออสเตรเลีย” มีขายที่ ตลาดนัดไม้ดอก ไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 2 แผง “ป้าแอ๊ด-คุณขวัญ” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป เป็นไม้ชอบแดด ไม่ชอบน้ำท่วมขังเด็ดขาด นิยมปลูกให้ต้นเลื้อยพันซุ้มประตูหรือซุ้มดอกเห็ด และรั้วบ้าน ตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอ เวลามีดอกจะสวยงามและส่งกลิ่นหอมเป็นธรรมชาติดีมากครับ.

นายเกษตร ไทยรัฐ”

เจียวกู่หลาน สรรพคุณสุดยอด

ผู้อ่าน ที่เพิ่งมาเป็นสมาชิกไทยรัฐจำนวนไม่น้อยอยากทราบว่า “เจียวกู่หลาน” มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง เนื่องจากตอนที่ผมเคยแนะนำในคอลัมน์ไปเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ปี 42 ไม่ได้รับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่ง ในตอนนั้นใช้ชื่อว่า “เจียวกู่หลัน” ตามที่ผู้ขายบอก พร้อมบรรยายสรรพคุณอย่างละเอียด ได้รับความนิยมปลูกกันอย่างกว้างขวาง และมีการแปรรูปเป็นชาชงดื่ม ทำแพ็กเกจสวยงามขายดิบขายดีมีคนซื้อไปชงดื่มแพร่หลาย มีทั้งนำเข้าจากประเทศจีนและผลิตในประเทศไทยด้วย

เจียวกู่หลาน บางคนอ่าน เจียวกู้หลาน

เจียวกู่หลาน บางคนอ่าน เจียวกู้หลาน

เจียวกู่หลาน หรือ GYNOSTEMMA PEENTA- PHYLLUM MAKINO อยู่ในวงศ์ CUCURBITACEAE มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นกลมสีเขียว แตกกิ่งก้านทอดเลื้อยตามหน้าดินหรือไต่พาดพันต้นไม้อื่น มีรากหรือมือเกาะเป็นเส้นตามโคนก้านใบแล้วจะฝังลงดินแผ่กระจายไปเรื่อยๆ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ มีใบย่อย 5 ใบ ขนาดไม่เท่ากัน เป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนสอบ ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย สีเขียวเข้ม

ดอกเป็นสีแดงขนาดเล็ก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆหรือเป็นช่อกระจุก 2-3 ดอก ออกที่ปลายยอด มีกลีบดอก 4 กลีบ ดอกจะออกเมื่อต้นเจริญเติบโตเต็มที่ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำต้น ปัจจุบัน “เจียวกู่หลาน” มีต้นขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณตุ๊ก” หน้าตึกกองอำนวยการ ราคาสอบถามกันเอง มีชื่อเรียกอีกคือ หญ้ามหัศจรรย์, โสมภาคใต้, โสมห้าใบ, สมุนไพรอมตะ ญี่ปุ่นเรียก “อะมาซาซูรู” หรือ ชาหวานจากเถา

สรรพคุณ ทั้งต้นตั้งแต่ยอดถึงรากมีส่วนประกอบสำคัญเท่ากับโสมถึง 6 ชนิดรวมกัน ช่วยเสริมสร้างพลัง ช่วยรักษาโรคเฉียบพลันและร้ายแรงของคนวัยกลางคนจนถึงวัยชรา เช่น โรคเส้นเลือดใหญ่อุดตัน ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ เบาหวาน หอบหืด และโรคมะเร็ง นอกจากนั้นยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เข้มแข็ง มีพลัง ทำให้ร่างกายมีความต้านทานโรค ระบาดได้ และรู้สึกกระชุ่มกระชวย “ฟื้นความหนุ่มสาว” กลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ซึ่งผลการศึกษาวิจัยช่วยให้นอนหลับดี ต้านอนุมูลอิสระ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดระดับไขมันในเลือด เสริมระบบภูมิคุ้มกันยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีมากครับ.

นายเกษตร ไทยรัฐ

รางจืดเถาดอกม่วง แก้ไข้เลือดออกได้

รางจืดเถาดอกม่วง เป็นสมุนไพรที่นำไปเข้าสูตรยาใช้รักษาโรคได้หลายโรค เคยแนะนำไปหลายสูตรแล้ว ส่วนสูตรแก้ไข้เลือดออกมีวิธีง่ายๆคือ เอาใบที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไปจำนวน 7 ใบ ตำละเอียดผสมน้ำซาวข้าวเจ้าบีบเอาน้ำให้ผู้เป็นไข้เลือดออกกิน ซึ่งอายุ 1-4 ขวบ กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร อายุ 3-4 ขวบ กินครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ อายุ 5-7 ขวบ กินครั้งละ 3 ช้อนโต๊ะ อายุ 7-12 ขวบ กิน 4 ช้อนโต๊ะ และอายุ 12 ปีขึ้นไปกินครั้งละครึ่งแก้ว 3 เวลาเหมือนกัน อาการหลังกินวันแรกประมาณครึ่งชั่วโมงตัวยาจะขับพิษไข้เลือดออกเป็นเหงื่อตามหน้าผากและหน้าอกจำนวนมาก จากนั้นวันถัดไปอาการจะดีขึ้นหายได้

รางจืด

รางจืดเถาดอกม่วง หรือ THUNBERGIA LAURIFOLIA LINN. อยู่ในวงศ์ THUNBERGIACEAE เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ดอกออกตามปลายยอด สีม่วงอมน้ำเงินสวยงามมาก มีชื่อเรียกอีกเยอะ เช่น กำลังช้างเผือก, รางเย็น เป็นต้น สรรพคุณทั่วไป น้ำคั้นจากใบสดกินแก้ไข้ ถอนพิษต่างๆ เถาหรือรากฝนน้ำดื่มถอนพิษได้เช่นกัน เคยแนะนำในคอลัมน์ไปหลายครั้งแล้ว ซึ่ง “รางจืดเถาดอกม่วง” มีต้นขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเอง เหมาะจะปลูกเป็นสมุนไพรใกล้มือในบริเวณบ้าน เพื่อใช้ประโยชน์ตามที่กล่าวข้างต้นได้ดีมาก

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 4 ของ “นายเกษตร”สี่สีทั้งเล่ม หนา 256 หน้า มีสูตรยาทำเองได้ง่ายๆ พร้อมไม้ดอกไม้ผลหายากมากกว่า 150 ชนิด พิมพ์จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ.48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 ระบุที่ส่งกลับให้ชัดเจน หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยาบำรุงไตแคปซูล ไม่ใช่รักษาไต, ขมิ้นชันแคปซูล สูตรแก้แผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้, แห้วหมูสูตร ลดความดันโลหิต, เพชรสังฆาต แคปซูลแก้ริดสีดวงทวาร อุจจาระมีเลือดติด, ชาดอกยี่สุ่น ชงดื่มประจำเป็นยาอายุวัฒนะ, น้ำมันนวดแก้ปวด ตามข้อ ปวดรูมาตอยด์, ผงยาโบราณ แก้สิวแผ่นหลังเม็ดผื่นคัน ตุ่มหนองใสเกิดจากประดง, ครีมโลดทะนง รักษาสิวฝ้าทำให้หน้าเนียนใสรูขุมขนตีบลง, ยาต้มไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ ลดเบาหวานบำรุงไตกำลัง, คอลลาเจน 100% ช่วยชะลอรอยย่นบนใบหน้าทำให้ใบหน้ากระชับ, ตรีผลา ลดไขมันเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ โทร. 0-2275-2692 ครับ.

นายเกษตร ไทยรัฐ

กุหลาบไอต้าบิทโรส หอมสีสวย

เนื่องจากกุหลาบมีความสวยงามและกลิ่นหอมเฉพาะตัวเป็นอมตะ และนิยมใช้มอบให้แก่คนที่เป็นพิเศษหรือเป็นที่รักนับถือ มีสื่อความหมายตามสีสันของดอกที่มอบ ให้ผู้รับจะรู้ได้โดยธรรมชาติว่า ผู้มอบบอกถึงความ

rose

รู้สึกที่มีต่อผู้รับในรูปแบบไหน ซึ่งกุหลาบมีมากกว่า พันชนิด มีความโดดเด่นแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ และ “กุหลาบไอต้าบิทโรส” เป็นชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ปลูกอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เนื่องจากสีของดอกสวยงามมาก และที่สำคัญดอกมีกลิ่นหอมยวนใจนั่นเอง

กุหลาบไอต้าบิทโรส หรือ ROSA SPP. HYBRID ชื่อสามัญ ROSE อยู่ในวงศ์ ROSACEAE เป็นสายพันธุ์นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาหลายปีแล้ว เป็นไม้พุ่มสูง 1-3 เมตร ต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ มีใบย่อย 5-7 ใบ รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนมน ขอบจักเป็นฟันเลื่อย หูใบแนบติดกับก้านใบ ใบอ่อน หรือยอดอ่อน เป็นสีน้ำตาลปนเขียว เมื่อแก่ เป็นสีเขียวสด

ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ฐานรองดอกเป็นรูปถ้วย มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ เรียง ซ้อนกันหลายชั้น กลีบดอกเป็นสีโอลด์-โรส หรือ สีส้มอมสีชมพู ดูแล้วสวยงาม บ่งบอกถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งดีมาก เนื้อกลีบ ดอกค่อนข้างหนาและแข็ง ดอกมีกลิ่นหอม เมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้วฟุต มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียจำนวนมาก เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะดูสวยงามน่ารักและส่งกลิ่นหอมเป็นที่ชื่นใจยิ่ง “ผล” รูปไข่ เมื่อแก่หรือสุกเป็นสีแดง มีเมล็ด ดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง ติดตา และหน่อ

ปัจจุบัน “กุหลาบไอต้าบิทโรส” มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอก ไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสบดีฯ บริเวณโครงการ 2 แผง “ป้าแอ๊ด–คุณขวัญ” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป ชอบดินที่เป็นกรดเล็กน้อยและอากาศเย็น

ประโยชน์ กลีบดอกแรกแย้มสกัดได้น้ำมันหอมระเหย ใช้แต่งกลิ่น โดยเฉพาะเครื่องสำอาง ทำดอกไม้ ประดิษฐ์และบุหงาดีมาก ส่วนผลมีวิตามินซีเยอะครับ.

“นายเกษตร” – ไทยรัฐ

Next Page »

ขอต้อนรับท่านเข้าสู่เว็บบล๊อค กล้วยไม้ กล้วยไม้ป่า กล้วยไม้ไทย รูป กล้วยไม้ รูป กล้วยไม้ ป่า รูปกล้วยไม้ไทย รูปกล้วยไม้ลูกผสม
แหล่งโชว์รูป กล้วยไม้ บอร์ดปรึกษาปัญหา กล้วยไม้ แหล่งรวมของคนรัก กล้วยไม้ หากคุณรัก กล้วยไม้ เชิญนำรูป กล้วยไม้ มาโชว์ได้ครับ
TJorchid.com : แหล่งความรู้เรื่อง กล้วยไม้ ที่จะทำให้คุณรัก กล้วยไม้ มากขึ้น มาเป็นส่วนหนึ่งของคนรัก กล้วยไม้ กันเถอะ
อ้อตอนนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพืชกินแมลง เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง กาบหอยแครง แล้วด้วยนะ: by นาย กล้วยไม้

ฐานข้อมูลกล้วยไม้| กล้วยไม้ป่า| กล้วยไม้ไทย..