กล้วยไม้

ทำบุญวันเกิด

September 15, 2009 by กล้วยไม้  
Filed under sms

ไทยเสียว จัดแข่ง ทำบุญวันเกิด รางวัลล่อตาล่อใจมาก ๆ ใครอยากแข่งกับคีย์เวิร์ด

ทำบุญวันเกิด

ก็เชิญได้เลยนะครับ ที่
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,78560.msg971317.html

อัพเดทล่าสุดครับสำหรับโพสนี้ที่ผมทดสอบดูในผลการเซิฟ วันแรกเลยอยู่หน้าเจ็ด วันต่อมาอยู่หน้า 8 มาวันนี้อยู่อันดับที่ 49 ของ…

คีย์เวิร์ด “ทำบุญวันเกิด

หน้า 4 ใน google.co.th เลยนะครับ อิอิ เลยต้องอัดกรอบเก็บไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย อิอิ ก๊าก ๆ วันต่อไปน่าจะหายไปจากผลการเซิร์ฟเลยต้องปริ้นสกรีนไว้ครับ…

ผลการค้นหาจากคีย์เวิร์ดทำบุญวันเกิดของ TJOrchid.com
ผลการค้นหาจากคีย์เวิร์ดอัพเดทอีกครั้งหลังจากเมื่อเช้า ตอนนี้ keyword ทำบุญวันเกิด ของเราไต่อันดับมาอยู่หน้า 3 แล้วผลจากการใส่ลายเซ็นต์ไว้ในไทยเสียวครับผม สุดยอดเลยไทยเสียวนี่แรงจริง ๆ
ทำบุญวันเกิดTJorchid.com
ไทยเสียวของเค้าแรงจริง ๆ ตอนต่อไปจะลองซัพมิทกับ SB เหมือนที่หลาย ๆ คนเค้าทำกัน จะดูว่าถอยหลังลงคลองหรือว่าจะไต่อันดับขึ้นไปอีกสำหรับคีย์เวิร์ด “ทำบุญวันเกิด” นี้นี่เอง…
????????????????

การทำบุญวันเกิด

ความเป็นมา
อันประเพณีที่จะ ทำบุญวันเกิด ขึ้นนี้เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างตั้งแต่ยังทรงผนวช ไม่ใช่ทำอย่างจีนหรือฝรั่ง ด้วยทรงพระราชดำริเห็นว่าการมีอายุยืนมาบรรจบรอบปีครั้งหนึ่งๆ ไม่ตายไปเสียก่อนเป็นลาภอันประเสริฐ ควรยินดี เมื่อรู้สึกยินดีก็ควรจะบำเพ็ญกุศล ที่เป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจยินดี และไม่ประมาท เพราะไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่ ถึงวันเกิดปีหนึ่งเป็นที่เตือนใจครั้งหนึ่ง ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปต่อความตายอีกก้าวหนึ่งชั้นหนึ่ง เมื่อรู้สึกเช่นนั้น จะได้บรรเทาความมัวเมาประมาทในชีวิตเสียได้ นี้เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นสาเหตุให้มีการทำบุญวันเกิดขึ้นเรียกว่า เฉลิมพระชนมพรรษา

การที่ทรงทำในครั้งนั้นปรากฏว่ามีการสวดมนต์เลี้ยงพระ ๑๐ รูป เป็นการน้อยๆ เงียบๆ ครั้นต่อมาก็มีเจ้านายขุนนางทำบุญวันเกิดกันชุกชุมขึ้น แต่การทำบุญเกี่ยวกับพระลดลง เป็นแค่ประชุมคนแสดงเกียรติยศให้ปรากฏว่ามีผู้นับถึอมาก ตั้งโรงครัวเลี้ยงกันไปวันยังค่ำการมหรสพก็มีละครเป็นพื้น และนำของขวัญไปให้กันมีการเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนานให้ศีลให้พรกัน ถ้าเป็นวันเกิดเจ้านายขุนนางชั้นผู้ใหญ่ พระเจ้าแผ่นดินก็พระราชทานพระราชหัตถเลขาให้พรด้วย พระราชทานของขวัญด้วย สมัยนั้นการทำบุญถือเป็นเกียรติใหญ่ เมื่อถึงวันเกิดของใครก็อึงคนึงเป็นการใหญ่ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้ว และถือว่าถ้าไม่ไปช่วยงานวันเกิดกันแล้วเป็นไม่ดูผีกันทีเดียว

สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงผนวชเป็นสามเณรก็ทรงทำบุญวันพระราชสมภพ ตามอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วิธีทำก็มี สวดมนต์ เลี้ยงพระและแจกสลากสิ่งของต่างๆ แก่พระสงฆ์ ทรงทำตลอดมาจนกระทั่งเสวยราชย์และทำเป็นการใหญ่เช่น หล่อพระพุทธรูปอายุ เรียกว่า ?หล่อพระชนมพรรษา? ทั้งมีการตกแต่งตามชาลาพระบรมมหาราชวัง ให้เป็นการครึกครื้นสนุกสนาน ตามริมน้ำและตามถนนก็สว่างไสวไปด้วยแสงประทีปโคมชวาลา จึงได้เกิดมีการแต่งซุ้มไฟประกวดประขันกันขึ้นและมีเหรียญพระราชทานแก่ผู้แต่งซุ้มไฟเป็นรางวัล อนึ่งในวันนั้นได้มีผู้ไปลงนามถวายพระพร พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการอ่านคำถวายพระพรอันเป็นเครื่องหมายแสดงความจงรักภักดี จึงถือเป็นประเพณีเนื่องด้วยทำบุญวันเกิดมาจนปัจจุบันนี้

วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด

วิธีปฏิบัติ ในการทำบุญวันเกิดอาจเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ ดังนี้

๑. ตักบาตรพระสงฆ์เท่าอายุหรือเกินอายุหรือกี่รูปก็ได้ตามสะดวก
๒. บำเพ็ญกุศลอุทิศแก่บรรพบุรุษ ที่เรียกว่า ทักษิณานุประทานก่อนแล้วจึงบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเกิด
๓. ทำบุญ สวดมนต์ เลี้ยงพระ หรือมีพระธรรมเทศนาด้วย
๔. ถวายสังฆทาน
๕. ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ เช่นปล่อยนก ปล่อยปลา ฯลฯ หรือส่งเงินไปบำรุงโรงพยาบาลหรือกิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์อื่นๆ
๖. รักษาศีลหรือบำเพ็ญภาวนา
๗. กราบขอรับพรจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ
๘. บำเพ็ญคุณประโยชน์อื่นๆ โดยมุ่งที่การให้ มากกว่า เป็นการรั

อานิสงส์หรือผลดีของการทำบุญวันเกิด
การทำบุญวันเกิด คือการปรารภวันเกิดและทำความดีในวันนั้นเป็นเหตุให้ได้รับผลดีหรืออานิสงส์ตอบแทน ดังมีพุทธภาษิตความว่า ?ผู้ให้อาหาร ชื่อว่า ให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่า ให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยาน ชื่อว่า ให้ความสุข ผู้ให้ประทีป ชื่อว่า ให้ดวงตา? (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๑๓๘ หน้า ๔๔ ) และพระพุทธภาษิต ความว่า ?ผู้ให้สิ่งที่น่าพอใจ ย่อมได้สิ่งที่น่าพอใจ ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศ ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐ ผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐสุด ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐสุด ? (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๒๒ ข้อ ๔๔ หน้า ๖๖)

ข้อเสนอแนะในการทำบุญวันเกิด
๑. กิจกรรมในการทำบุญวันเกิดควรเน้นคุณค่าทางจิตใจมากกว่าวัตถุ เช่นทำจิตใจให้สงบแจ่มใสและทำบุญตามศรัทธา
๒. ควรเป็นกิจกรรมที่มุ่งบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นหรือส่วนรวม เช่นการบริจาคทาน สมทบทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ ใช้แรงงานของตนเองเพื่อส่วนรวม
๓. ควรมุ่งเน้นให้เป็นการประหยัด จัดงานวันเกิดในวงครอบครัวไม่ควรจัดหรูหราฟุ่มเฟือย
๔. ควรอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ไม่จำเป็นต้องจัดแบบต่างประเทศ เช่นตัดเค้กวันเกิดจุดเทียน หรือเป่าเทียน ร้องเพลงภาษาต่างประเทศอวยพรวันเกิด ฯลฯ
๕. ในกรณีที่ผู้น้อยไปรดน้ำอวยพรวันเกิดผู้ใหญ่ นิยมอ้างคุณพระศรีรัตนตรัยก่อนแล้วจึงมีคำอวยพร ส่วนของขวัญที่จะให้นั้น ควรทำด้วยน้ำพักน้ำแรงหรือของที่ประดิษฐ์ด้วยฝีมือตนเอง ถ้าเป็นดอกไม้ควรเป็นดอกไม้ที่ปลูกในประเทศไทย กรณีที่ผู้ใหญ่อวยพรวันเกิดผู้น้อย ผุ้ใหญ่ควรกล่าวถ้อยคำอันเป็นมงคลแก่ผู้รับพร

ทำบุญอายุ

การทำบุญอายุ มักนิยมทำกัน เมื่ออายุ ๒๕ ปี ซึ่งเรียกว่าเบญจเพสแผลงมาจาก ปัญจวีสะ คำว่าเบญจเพส ก็แปลว่า ๒๕ นั่นเอง ถือกันว่าตอนนี้เป็นตอนสำคัญ เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะย่างขึ้นสู่สภาวะผู้ใหญ่ ตั้งตนให้เป็นหลักเป็นฐาน ถ้าดีก็ดีกันในตอนนี้ ถ้าเอาดีไม่ได้ก็อาจจะเสียคน ด้วยเหตุนี้จึงมีการทำบุญเมื่ออายุ ๒๕ ปีเพื่อส่งให้เจริญงอกงามต่อไป ต่อจากนั้นก็ทำเมื่ออายุ ๕๐ หรือ ๖๐ ปีอีกครั้งหนึ่ง เพราะถือกันว่าตอนนิอายุย่างเข้ากึ่งหนึ่งของศตวรรษแล้ว และเจริญมากถึงที่สุดแล้ว ต่อไปร่างกายก็มีแต่จะทรุดโทรมลงทุกวัน การทำบุญที่อายุปูนนี้จึงเป็นการทำโดยไม่ประมาท ร่างกายเสื่อมลงไปๆ จึงควรทำบุญไว้ เพื่อเป็นประกันในเมื่อจวนจะหมดลมจะได้นึกว่าทำดีไว้มากแล้ว ถึงตายก็ตายอย่างสงบ อนึ่งการทำบุญอายุนี้ บางทีทำกันเมื่อมีอายุครบ ๒ รอบ ๓ รอบ ๔ รอบ ไปจนถึง ๕ -๖ รอบฯลฯ รอบหนึ่งมี ๑๒ ปีถ้าบรรจบปีเกิดในรอบไหนก็ทำในรอบนั้น วิธีปฏิบัติ อานิสงส์ผลดีหรือข้อเสนอแนะ เช่นเดียวกับการทำบุญวันเกิด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

อ่านบทความทำบุญวันเกิด ดี ๆ ทำบุญวันเกิด

คำค้น: seo, การทำบุญวันเกิด, ทำบุญ, ทำบุญวันเกิด, วันเกิด

บทความที่เกี่ยวข้อง

Comments

92 Responses to “ทำบุญวันเกิด”

  1. มด on September 15th, 2009 11:13 pm

    ตอนนี้หน้าทำบุญวันเกิดเราอยู่อันดับที่ 73

  2. ทำบุญวันเกิด on September 16th, 2009 9:12 pm

    9 วิธี ทําดี ได้บุญวันเกิดหรือบุญอื่น ๆ โดยไม่ต้องใช้เงิน

    9 วิธี ทําดี ได้บุญโดยไม่ต้องใช้เงิน

    คนไทยเรานั้น ได้ชื่อว่าเป็นพวกที่ชอบทําบุญสุนทานอยู่เสมอ
    ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความ
    เชื่อที่ว่า ‘ทําดีได้ดี ทําชั่วได้ชั่ว’ ซึ่งแม้ปัจจุบัน
    หลายคนจะรู้สึกกังขาว่า ทําไม คนที่เรารู้สึกว่า
    ชั่ว ยังคงได้ดิบได้ดี เช่น ยังมีเงินทองและใช้ชีวิตที่สุขสบายกว่าเรา
    แต่นั่นก็ยังอธิบายได้ว่า
    เขาทํากรรมเก่าดี หรือยังกินบุญเก่าอยู่ ซึ่งที่เราเห็นด้วยตาว่า
    เขาสุขสบายก็อาจไม่จริง บางที
    เขาอาจกําลังทุกข์ใจ เพราะต้องคอยระแวง ปกปิดความผิดของตน กลัวคนไปล?วงรู้อยู่ก็ได้
    อย?างไรก็ดี โดยพื้นฐานแล้ว คนส่วนใหญ่ก็มักจะชอบทําบุญ
    เพราะเชื่อว่าเป?นการทําความดี
    และเป?นการสะสมผลบุญ ที่จะสนองให้เราได้รับสิ่งที่ดีในอนาคต หรือในชาติหน?า ซึ่งโดย
    แท?จริงการทําบุญนั้น ทันทีที่ทําก็เป?นความสุขแล้ว
    เพราะ บุญ
    คือ
    การทําความดีด้วยวิธีการต่างๆ ที่ทําให้อิ่มเอิบเบิกบานใจ
    โดยทั่วไป คนมักทําบุญกุศลด้วยการบริจาคทรัพย? สิ่งของ หรือให้ทานเป?นโอกาสๆ เช่น
    บริจาคช?วยผู?ประสบภัยธรรมชาติ ร?วมสร?างศาสนสถาน ทอดกฐินผ?าป?า
    ช?วยเด็กกําพร?า หรือ
    ช?วยซื้อโลงศพ เป?นต?น ซึ่งนับว่าเป?นสิ่งที่ดี แต่เชื่อไหมว่า
    ในชีวิตประจําวันของคนเรานั้น เรา
    มีโอกาสทําความดี หรือทําบุญได้ตลอดเวลา
    โดยไม่ต้องใช้เงินทองหรือสิ่งของถึงแม้เราจะ
    ไม่ได้มีอาชีพเป?นแพทย? พยาบาลที่ต้องช?วยเหลือคนเป?นประจําอยู่แล้วก็ตาม
    จะทําได้อย?างไร
    นั้น กลุ?มประชาสัมพันธ? สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห?งชาติ กระทรวง
    วัฒนธรรม ขอเสนอแนะ 9 วิธีทําดี ได้บุญ
    แบบไม่ต้องใช้เงิน เพื่อเป?นแนวทางให้
    ท?านได้สะสมกุศลให้เพิ่มพูนขึ้น ดังต?อไปนี้
    1.
    ตื่นเช?าขึ้นมาก็คิดแต่สิ่งดีๆ
    ทันทีที่ตื่นนอน หากเราคิดถึงแต่สิ่งที่ดีที่งาม ก็จะทํา
    ให้จิตใจเราสดชื่น กระตือรือร?น พร?อมที่จะรับมือ
    กับชีวิตประจําวันด้วยความรื่นเริง ไม่
    หงุดหงิดโมโห แค?นี้ นอกจากเราจะมีความสุขแล้ว คนรอบข?างเราก็มีความสุขไปด้วย
    ถือว่าเป?นการทําบุญอย?างหนึ่ง
    2.
    ยิ้มแย?มแจ?มใส
    ในแต่ละวัน หากเราจะรู้จักยิ้มแย?มแจ?มใส ไม่ว่าจะยิ้มกับคนรู้จัก
    หรือไม่รู้จักก็ตาม หน?าตาของเราก็จะดูเป?นมิตร ทําให้คนอยากเข?าใกล?
    ถ?าเราเป?นพ?อแม่
    ยิ้มกับลูกก?อนไปทํางาน ลูกก็ดีใจ ลูกยิ้มกับพ?อแม่ๆ
    ก็สบายใจว่าต่างคนต่างไม่มีเรื่อง
    เดือนร?อนใจแน? หรือหากมีก็กล?าจะมาปรึกษาหารือ หรือหากเป?นเจ?านาย ยิ้มกับ
    ลูกน?องๆ ก็รู้ว่าวันนี้นายอารมณ?ดี ทําให้ทํางานด้วยความมั่นใจ
    ไม่ต้องระแวงว่าจะถูก
    เรียกไปต?อว่าและถ?าเรียกก็ดูน?าจะมีเมตตา กว่าเวลาที่นายทําหน?ายักษ?
    Page 2
    3.
    ทักทาย โอปราศรัย
    คนบางคน นอกจากจะไม่ยิ้มกับใครแล้ว ยังชอบทําหน?าบึ้งตึง
    ไม่คิดจะพูดจาทักทายใครด้วย ซึ่งถ?าเกิดทํางานด?านบริการ คนมาติดต?อคงรู้สึกเกร็ง
    และกังวลตลอดว่าจะถูกเอ็ดตะโรเมื่อไรก็ไม่รู้ ดังนั้น
    นอกจากยิ้มแย?มแจ?มใสแล้ว เราก็
    ควรจะเอื้อนเอ?ยวาจาทักทายผู?มารับบริการก?อน การทักทายปราศรัยกับผู?อื่น ไม่ว่าจะ
    เป?นผู?มาขอรับบริการเพื่อนฝูงคนรู้จัก ผู?อยู่ใต?บังคับบัญชา
    หรือแม่แต่คนที่มาทํางานให้
    เรา เช่น แม่บ?าน ยาม ฯลฯ จะทําให้เขารู้สึกเป?นมิตร และอบอุ?นใจ ทําให้บรรยากาศใน
    ที่นั้นๆ ดีขึ้น
    4.
    แบ?งป?นน้ําใจไมตรี
    สามารถทําได้ทุกที่และทุกเวลา เช่น ช?วยพ?อแม่จัดโต?ะอาหาร
    ล?างถ?วยชาม ลุกให้เด็ก ผู?หญิงท?อง หรือคนแก?นั่ง
    ช?วยถือของหนักให้คนในรถเมล? หยุด
    รถให้คนข?ามถนน หรือรถอื่นไปก?อน ช?วยแบ?งเบาภาระงาน ให้เพื่อนในที่ทํางาน เป?นต?น
    การให้ความช?วยเหลือเช่นนี้ เป?นการทําบุญด้วยการลดความเห็นแก?ตัวของเราลงและ
    ทําให้เราได้รับมิตรไมตรีสนองตอบกลับมาด้วย
    5.
    ปลุกปลอบให้กําลังใจ
    ช?วยแก?ไขป?ญหา หลายๆครั้งที่เพื่อนฝูงญาติมิตรอาจประสบ
    ป?ญหาชีวิต และเกิดความทุกข์ใจแสนสาหัส สิ่งที่ดีที่สุดคือ
    ความเป?นมิตรและถ?อยคําที่
    ปลุกปลอบให้กําลังใจ คําพูดดีๆ ที่มาจากใจ
    จะทําให้ผู?ที่ตกอยู่ในห?วงทุกข์ รู้สึกดีขึ้นและ
    มีพลังที่ต?อสู?ชีวิตต?อไปได้
    6.
    ให้คําชมด้วยความนิยมยินดี
    การกล?าวคําชื่นชมต?อผู?อื่นไม่ว่าจะเป?นเรื่องใดๆ
    ย?อมจะทําให้ผู?รับคําชมรู้สึกปลาบปลื้มยินดี และมีความสุขได้
    โดยเฉพาะในเรื่องที่เขา
    ทําสําเร็จ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป?นจริง และจริงใจด้วย
    ดูอย?างตัวเราเอง
    แค?วันไหน แต่งตัวสวย แล้วมีคนชม เราก็หน?าบานไปทั้งวันแล้ว เช่นเดียวกันคนทุกคน
    ล?วนอยากได้การยอมรับและคําชมทั้งนั้น เพราะคําชมจะเป?นการเสริมเพิ่มกําลังใจให้
    อยากทําดียิ่งๆ ขึ้นไป
    7.
    แนะนําให้คําสอนที่ดี มีคุณค?า
    ไม่ว่าจะเราจะอยู่ในสถานภาพใด เช่น เป?นลูก เป?น
    พ?อแม่ลูกน?อง เจ?านาย เพื่อนร?วมงาน เพื่อนร?วมอาชีพ ฯลฯ หากเราจะมีเมตตา แนะนํา
    ในสิ่งที่ดี มีประโยชน?และคุณค?าต?อผู?อื่น
    หรือสอนในสิ่งที่เราชํานาญให้แก?ผู?อื่น ก็จะเป?น
    การช?วยเกื้อกูลสังคมให้ดียิ่งขึ้น และผลก็จะย?อนมาสู?ตัวเราผู?ทําด้วย
    เช่น สอนงานให้
    ลูกน?องต?อไป เมื่อเขาทํางานเป?น เราก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก และเขาก็จะรู้สึกขอบคุณเรา
    แนะวิธีออกกําลังกายให้พ?อแม่ ท?านก็แข็งแรง ไม่เจ็บไข?ได้ป?วยง?าย
    เราก็สบายใจ หรือ
    แม่แต่การแนะนําให้ความรู้ที่เรามี หรือทราบมาแก?คนไม่รู้จัก อย?างแนะนําหมอ ยาดีๆ
    หรือธรรมะที่ดีแก?คนอื่น ทําให้เขาหายป?วยหรือรู้สึกดีขึ้น
    เขาก็จะอธิษฐานหรือให้พรเรา
    ทําให้เราพบแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต
    Page 3
    8.
    การให้อภัยในความผิดพลาดของผู?อื่น
    โดยทั่วไปคนเรามักจะให้อภัยตัวเองง?าย
    และมีข?อแก?ตัวให้ตนต่างๆ นานา แต่ถ?าผู?อื่นผิดพลาดแล้ว เรามักเห็นเป?นเรื่องใหญ่
    และตําหนิติเตียนไม่รู้จักแล้วจบ ดังนั้น เราจะต้องหัดมีเมตตา
    รู้จักให้อภัยต?อผู?อื่นให้
    ง?าย เหมือนให้อภัยแก?ตัวเราเอง เพราะการให้อภัย จะทําให้เราไม่ผูกใจเจ็บ ไม่อาฆาต
    มาดร?าย ไม่ก?อศัตรู แต่ทําให้จิตใจเราสงบเย็น
    เป?นฝ?กจิตพื้นฐานอย?างหนึ่ง ที่จะนําไปสู?
    กุศลขั้นสูงอื่นๆ ต?อไป
    9.
    ฝ?กจิตให้สงบและสบาย
    ด้วยการทําสมาธิหรือสวดมนต? การทําสมาธิ ฟ?งดูเหมือน
    ยาก แต่จริงๆ เราทําได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือทําอะไรอยู่
    เช่น กินข?าว
    อาบน้ํา ทําการบ?าน ทํางานบ?าน อ?านหนังสือ อยู่ที่ทํางาน
    หัวใจหลักคือให้เอาใจไปจดจ?อ
    ในสิ่งที่ทําเพียงอย?างเดียว จะทําให้เราทําทุกอย?างได้ดีขึ้น
    เพราะไม่พะวักพะวนคิดหรือ
    ทําหลายอย?างในเวลาเดียวกันอันทําให้ขาดสติ และทุกๆ คืนก?อนนอน ก็ควรสวด
    มนต?ไหว?พระที่เรานับถือ โดยอาจเลือกบทสวดสั้นๆ ที่เราชอบ
    เสร็จแล้วก็อย?าลืมแผ?เมตตา
    ให้กับตัวเราเอง และผู?อื่นตามสมควร
    ที่กล?าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าเป?นการทําความดีที่ไม่ต้องใช้เงินเลย
    แต่สามารถปฏิบัติใน
    ชีวิตประจําวันของเราได้ โดยไม่ยากเย็นเข็ญใจจนเกินไป
    อีกทั้งปฏิบัติแล้วก็เป?นบุญกุศลที่จะเกื้อหนุนให้เรา
    และคนรอบตัวมีความสุข เพราะ’บุญ’ ใน
    อีกความหมายหนึ่งก็คือ เครื่องชําระกาย ใจให้บริสุทธิ์
    เป?นการทําประโยชน?ให้แก?ตัวเราเอง
    และผู?อื่น และยังช?วยลดกิเลส ความเศร?าหมองต่างๆ ได้
    เริ่มทําแต่วันนี้เลยนะคะ
    เพราะมีคนบอกว่า
    ‘ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทําเอง

  3. ทำบุญวันเกิด on September 16th, 2009 9:30 pm

    ทำบุญวันเกิด ครองไทย ร่วมด้วยช่วยกันน่ะครับ ทดสอบความรู้ความสามารถ

    ขอบคุณครับ

  4. การทำบุญให้ได้บุญ on September 16th, 2009 9:38 pm

    การทำบุญให้ได้บุญ
    มีบุญให้ทำตั้งมากมาย ถ้าใจอยากทำ

    บุญคือ

    คำว่าบุญ นี้หรือ คืออะไร
    จึงอย่าได้ กันนัก ชักสงสัย
    บ้างก็สวด บ้างก็อ้อน วอนขอไป
    บุญอยู่ไหน ยังไม่รู้ ดูน่าขัน
    เห็นเขาบอก ว่าบุญ มันมีค่า
    มันเป็นยา รักษาใจ ให้สุขสันต์
    ไม่ให้ร้อน นอนเป็น สุขทุกคืนวัน
    จึงกระสันต์ ฝันอยากได้ ในตัวบุญ
    ยิ่งทำไป ใจยิ่งร้อน นอนเป็นทุกข์
    ไม่เห็นสุข เลยซักที มีแต่วุ่น
    เพราะมัวหวัง บุญชาติหน้า มาค้ำจุน
    จึงขาดทุน บุญไม่เห็น เย็นสักที
    ตัวบุญนั้น มันไม่ชอบ ให้ใครอ้อน
    ยิ่งวิงวอน ยิ่งรำคราญ เลยพาลหนี
    แต่ถ้าใคร ไม่ตะกละ มันจะมี
    ทุกนาที คอยพิทักษ์ รักษาใจ
    ทำที่ใด เย็นที่นั่น นั้นแหละบุญ
    แต่ถ้าทำ แล้ววุ่น บุญไม่ใช่
    เลิกบุญอ้อน บุญวิงวอน ค้ากำไร
    แล้วจิตใจ จะได้บุญ หายวุ่นเอย

    บางคนเข้าใจว่าการทำบุญนั้นจะต้องมีเงินสำหรับการทำบุญเท่านั้นจึงจะเรียกว่าบุญ คนที่ไม่มีเงินหรือมีเงินน้อยก็หมดโอกาสที่จะทำบุญสร้างกุศลได้ หรือหมดโอกาสทำบุญอย่างคนอื่นที่มีเงิน ซึ่งการทำบุญโดยใช้เงินทำบุญนั้นเป็นหนึ่งในวิธีการทำบุญสิบอย่างเท่านั้น การทำบุญด้วยเงินเป็นการทำให้ผู้ทำรู้จักเสียสละทรัพย์ของตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ละความตระหนี่ถี่เหนียว ละความเห็นแก่ตัว และละความโลภลงได้

    บางคนหลงภูมิใจเข้าใจว่าทำบุญทำทานด้วยเงินที่ตนมีมากมายในชีวิตนี้ และได้ทุ่มเททำบุญทำทานด้วยเงินมากมายขนาดนี้จึงถือว่าเป็นบุญที่มากมายมหาศาล หาใครจะมาทำบุญมากเท่าตนมิได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยมีเงินทำบุญจะมาแข่งวาสนาบารมีในเรื่องการทำบุญไม่ได้ แต่ตนไม่ได้สร้างบุญอย่างอื่นเลย เช่นรักษาศีล, ฟังธรรม ,ทำสมาธิ เป็นต้น จึงเป็นความเข้าใจผิดสำหรับผู้ที่นิยมทำบุญสร้างกุศลด้วยการใช้เงิน และคิดว่าเงินนั้นซื้อบุญได้ เงินนั้นแลกเปลี่ยนเป็นบุญได้

    นอกจากการทำบุญที่ต้องใช้เงินแล้วยังมีการทำบุญสร้างกุศลโดยไม่ต้องใช้เงินอีก๙วิธี คนจนคนมีเงินน้อยก็มีสิทธิ์มีโอกาสทำบุญทำกุศลมากมายหลายอย่างที่ไม่ต้องใช้เงินอย่างคนรวยเขาทำกัน บุญอีก๙อย่าง (คือบุญกริยาวัตถุ๑๐ ข้อ๒ ถึงข้อ๑๐ )นั้นสูงมากกว่าบุญที่ทำทานด้วยเงินเพียงอย่างเดียว

    1. บุญ คือ เครื่องชำระสันดาน,ความดี, กุศล, ความสุข, ความประพฤติชอบทางกาย วาจาและใจ, กุศลธรรม
    2. บุญกิริยาวัตถุ สิ่งที่เป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ, เรื่องที่จัดเป็นการทำบุญ, ทางทำความดี,
    หมวด ๓ คือ
    ๑. ทานมัย ทำบุญด้วยการให้ ปัน
    ๒. สีลมัย ทำบุญด้วยการรักษาศีลและประพฤติดี

    ๓. ภาวนามัยทำบุญด้วยการเจริญภาวนา คือการฝึกอบรมจิตใจ
    หมวด ๑๐ คือ
    ๑. ทานมัย ทำบุญด้วยการให้ ปัน
    ๒. สีลมัย ทำบุญด้วยการรักษาศีลหรือประพฤติดี
    ๓. ภาวนามัย ทำบุญด้วยการเจริญภาวนา คือฝึกอบรมจิตใจ
    ๔. อปจายนมัย ด้วยการประพฤติอ่อนน้อม
    ๕. เวยยาวัจจมัย ด้วยการช่วยขวนขวายรับใช้
    ๖. ปัตติทานมัย ด้วยการเฉลี่ยส่วนความดีให้ผู้อื่น
    ๗. ปัตตานุโมทนามัยด้วยความยินดีความดีของผู้อื่น
    ๘. ธัมมัสสวนมัย ด้วยการฟังธรรม
    ๙. ธัมมเทสนามัย ด้วยการสั่งสอนธรรม
    ๑๐. ทิฏฐุชุกัมม์ ด้วยการทำความเห็นให้ตรง

    เจริญในธรรมครับ

  5. ทำบุญด้วยคน on September 16th, 2009 9:57 pm

    “การตักบาตร” ทำอย่างไรได้บุญ…เต็มร้อย

    เปิดปูมวิถีการตักบาตร ทำอย่างไรได้บุญ…เต็มร้อย

    การตักบาตร คือ การถวายอาหารแด่พระภิกษุสามเณร รูปเดียวหรือหลายรูป จะปฏิบัติเป็นประจำหรือเป็นครั้งคราวก็ได้

    วัตถุประสงค์ของการตักบาตร นอกจากจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการให้ทาน เพื่อบูชาคุณแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เฉพาะดังนี้

    1. ธำรงส่งเสริมและสืบทอดพระพุทธศาสนา
    2. ส่งเสริมและบำรุงพระภิกษุสามเณร ผู้ทรงศีล ทรงธรรม
    3. ส่งเสริมคุณความดีของผู้ปฏิบัติ ทั้งผู้ตักบาตรและพระภิกษุสามเณรผู้รับบิณฑบาตร

    การตักบาตรจึงเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติ เพราะเป็นการให้กำลังแก่พระภิกษุสามเณร ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน ประพฤติปฎิบัติธรรมตามพระธรรมวินัย และสั่งสอนประชาชน เป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรสืบไป ทั้งนี้จะเป็นผลดีแก่ผู้ปฏิบัติด้วย เพราะทำให้เป็นผู้มีใจบุญกุศลและเป็นการส่งเสริมผุ้ทรงคุณธรรม

    ประวัติการทำบุญตักบาตร
    การทำบุญตักบาตรนี้ มีมาแต่ครั้งพุทธกาล เมื่อพระพุทธองค์ทรงผนวชใหม่ๆ ยังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงประทับที่สวนมะม่วง พระองค์เสด็จบิณฑบาตผ่านกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงของแคว้นมคธ ชาวเมืองเห็นพระมาบิณฑบาต ก็ชวนกันนำอาหารมาตักบาตรเป็นครั้งแรก นับแต่นั้นมา การตักบาตรจึงถือเป็นประเพณีมาจนบัดนี้ และเมื่อพระพุทธองค์ตรัสรู้ใหม่ๆ ประทับอยู่ที่ควงไม้เกด มีพ่อค้า 2 คน นำข้าวสัตตุก้อน สัตตุผง ซึ่งเป็นเสบียงสำหรับเดินทางเข้าไปถวาย พระพุทธองค์ทรงรับไว้ด้วยบาตร นี่ก็เป็นที่มาของการตักบาตรทางพระพุทธศาสนาด้วยประการหนึ่ง

    บาตรเป็นภาชนะจำเป็นของพระภิกษุจะขาดเสียมิได้ นับเข้าในจำนวนบริขารอย่างหนึ่งในบริขาร 8 ตามปกติพระจะไปอยู่ที่ใด ต้องมีบาตรประจำตัวไปด้วย และการออกบิณฑบาตก็ออกในเวลาเช้า ตามแบบอย่างที่พระพุทธเจ้าองค์ ทรงบำเพ็ญเป็นพุทธกิจประจำวัน โดยปกติ พระภิกษุสามเณร จะเดินเรียงลำดับอาวุโสไปบิณฑบาตตามละแวกบ้าน เมื่อถึงหมู่บ้านที่ชาวบ้านกำลังรออยู่ ก็จะยืนเรียงเป็นแถว แต่ในกรุงเทพฯ หรือในบางจังหวัด พระภิกษุสามเณรมักไปตามลำพัง ไม่ได้เดินเรียงแถว ทั้งนี้เพราะพระภิกษุสามเณรในกรุงเทพฯ มีเป็นจำนวนมาก จึงไม่สะดวกที่จะเดินเรียงแถวกันไป และผู้ที่จะนำอาหารมาตักบาตรได้ไม่ครบทุกรูป

    เมื่อพระภิกษุสามเณร ต้องออกบิณฑบาตตอนเช้าทุกวัน ชาวบ้านก็ตักบาตรทุกวัน แต่บางคนตักบาตรเฉพาะในรอบวันเกิดประจำปี และมักจะตักบาตรพระจำนวนเท่าอายุ หรือเกินกว่าอายุ ถ้าเป็นวันสำคัญทางศาสนา ก็มักจะพากันไปทำบุญตักบาตรที่วัด แต่บางคราวเช่นในเทศกาลปีใหม่ และตรุษสงกรานต์ จะมีการชุมนุมตามที่ที่กำหนดไว้ เช่น สนามหลวง พุทธมณฑล ในโรงเรียน ในสถาบัน หรือ ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง แล้วแต่จะนัดหมายกัน นอกจากนี้ยังมีการตักบาตรที่มีชื่อเฉพาะอีก เช่น ตักบาตรเทโว ตักบาตรข้าวสาร ตักบาตรดอกไม้ธูปเทียน เป็นต้น

    วิธีปฏิบัติในการตักบาตร
    โดยปกติพระภิกษุสามเณร จะเดินเรียงลำดับอาวุโส ไปบิณฑบาตตามละแวกบ้าน เมื่อถึงหมู่บ้านที่ชาวบ้านกำลังรออยู่ ก็จะยืนเรียงเป็นแถว แต่ในกรุงเทพฯ หรือในบางจังหวัด พระภิกษุสามเณรมักไปตามลำพัง ไม่ได้เดินเรียงแถว ทั้งนี้เพราะพระภิกษุสามเณรในกรุงเทพฯ มีเป็นจำนวนมาก จึงไม่สะดวกที่จะเดินเรียงแถวกันไป และผู้ที่จะนำอาหารมาตักบาตรได้ไม่ครบทุกรูป

    การตักบาตรเป็นสังฆทาน คือการถวายโดยไม่เจาะจง จึงควรตั้งใจว่าจะทำบุญตักบาตร แก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรในพระพุทธศาสนา โดยไม่เจาะจงว่าเป็นรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อพระภิกษุสามเณรรูปใดผ่านมา ก็ตั้งใจตักบาตรแก่พระภิกษุสามเณรรูปนั้นและรูปอื่นๆ ไปตามลำดับโดยปฏิบัติดังต่อไปนี้

    1. จัดเตรียมอาหารที่สะอาด ถูกสุขลักษณะใส่ภาชนะเรียบร้อย มากหรือน้อยตามความต้องการ
    2. นำอาหารที่เตรียมไว้ไปคอยตักบาตร ก่อนที่จะตักบาตรควรตั้งจิตถวายด้วยศรัทธา และความเคารพ ตั้งความปรารถนา เพื่อทำกิเลสให้ลดน้อยลงจนถึงหมดสิ้นไป
    3. ขณะที่ตักบาตร ควรอยู่ในอาการสำรวมและเคารพ
    4. เมื่อตักบาตรเสร็จแล้ว ควรแสดงความเคารพด้วยการไหว้
    5. หลังจากตักบาตร ควรอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ หรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

    การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล

    คำอธิษฐาน ในการตักบาตรจะใช้ภาษาบาลี หรือภาษาไทยหรือใช้ทั้งสองภาษาก็ได้ ดังนี้
    ?สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง โหตุ? ถอดความว่า ?ทานของเราให้แล้วด้วยดี ขอจิตข้านี้จงสิ้นอาสวกิเลสเทอญ?

    คำกรวดน้ำ แบบย่อ ?อิทัง เม ญาตินัง โหตุ ? ถอดความว่า ?ขอส่วนแห่งบุญกุศล จงสัมฤทธิ์ผลแก่ญาติข้าดั่งตั้งใจ ?

    อ้างอิงจาก : iceicy Blog Dhamma

  6. วันเกิดทำบุญด้วยการมองโลกในแง่ดี on September 16th, 2009 10:17 pm

    ทำบุญวันเกิดด้วยการมองโลกในแง่ดี

    มหัศจรรย์แห่งชีวิต… หลักคิดจากท่าน ว.วชิรเมธี

    ๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน?
    ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก
    ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ

    ๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี?
    (๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
    (๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
    (๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
    (๔) ขออย่าให้ตายในสงคราม ระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

    ๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี?
    ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ
    ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
    ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข

    ๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน?
    งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน
    รู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน
    อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน

    ๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา?
    โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
    คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
    คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์
    ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง

    ๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี?
    (๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
    (๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
    (๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ
    ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา

    ๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร?
    เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
    แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้

    ๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี?
    (๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
    (๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
    (๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน
    สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ

    ๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร?
    โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม
    คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
    คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้
    เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
    ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา

    ๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี?
    (๑) หางานใหม่
    (๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก
    (๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ
    (๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอด
    จ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่

    ๑๑. ถูกนายด่า อารมณ์เสีย?
    คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง
    คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า
    แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย

    ๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหม?
    ถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอด คุณได้บุญ
    แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอด คุณได้บาป
    แทนที่จะไถ่โคกระบือ
    คุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า

    ๑๓. แฟนติดหนังเกาหลี ดูทั้งคืนไม่ยอมนอน?
    ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน
    ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน

    ๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดี?
    มีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียน
    ผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้าน
    ลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ

    ๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร?
    (๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร
    (๒) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาจากใคร
    (๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง

    ๑๖. สวดมนต์บทไหนดี?
    (๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น
    (๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า
    จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ
    (๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้
    คือพ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง

    ๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี?
    (๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู
    (๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น
    (๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัส
    เนื่องเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด

    ๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก?
    (๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป
    (๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอ ดภัย
    (๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน

    ๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหม?
    ท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า
    ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขา แสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน

    ๒๐. ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอ?
    ผู้รู้บอกว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์
    ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบอย่างแน่นอน

  7. ทำบุญวันเกิดด้วยการทำบุญเลี้ยงพระ on September 17th, 2009 1:40 am

    มาลองทำุบุญวันเกิดด้วยการทำบุญเลี้ยงพระกันนะครับ…

    บุญพิธี คือ พิธีทำบุญ หมายถึง พิธีทำบุญเนื่องด้วยประเพณีในครอบครัว มี ๒ ประเภท คือ
    ๑.ทำบุญงานมงคล
    ๒.ทำบุญงานอวมงคล

    บุญพิธีทั้ง ๒ ประเภทนี้ นิยมมีการนิมนต์พระให้สวดพระพุทธมนต์, เจริญพระพุทธมนต์ เลี้ยงพระและถวายไทยธรรม เพราะฉะนั้นจึงมีผู้เกี่ยวข้องในการปฏิบัติเป็น ๒ ฝ่าย คือ
    ๑.ผู้ทำบุญ เรียกว่า ?เจ้าภาพ? ซึ่งหมายถึง ผู้ที่จะทำบุญ, หรือผู้ทำบุญ, เป็นฝ่ายให้
    ๒.ผู้ประกอบพิธีกรรม หรือเรียกว่า ?ฝ่ายภิกษุสงฆ์? เป็นฝ่ายรับ จึงต้องมีระเบียบพิธีตามสมควรแก่ประเภทนั้น ๆ ดังต่อไปนี้

    ๑.ทำบุญงานมงคล
    ทำบุญงานมงคล หมายถึง การทำบุญเพื่อความเจริญโดยปรารภเหตุที่ดี ไม่เป็นมูลเหตุมาจากสิ่งชั่วร้าย งานทำบุญงานมงคล เช่น งานทำบุญวันเกิด งานทำบุญเลี้ยงพระ งานมงคลสมรส งานขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น ระเบียบพิธี ฝ่ายทากทายิกา หรือฝ่ายเจ้าภาพ กิจที่ควรทำก่อน เบื้องต้นต้องตระเตรียมกิจการต่าง ๆ ที่ควรทำก่อน ดังนี้
    ๑.อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์
    ๒.ตระเตียมที่ตั้งพระพุทธรูปพร้อมทั้งเครื่องบูชา
    ๓.ตกแต่งสถานที่บริเวณพิธี
    ๔.วงด้ายสายสิญจน์
    ๕.อัญเชิญพระพุทธรูปมาตั้งบนที่บูชา
    ๖.ปูลาดอาสนะสำหรับพระสงฆ์
    ๗.เตรียมเครื่องรับรองพระสงฆ์ตามสมควรแก่ฐานะ
    ๘.ตั้งภาชนะสำหรับทำน้ำมนต์ ( ตั้งแต่อันดับที่ ๑ – ๘ นี้ สนามหลวง พ.ศ.๒๕๑๖เรียกว่า ?กิจที่ควรทำก่อน? ซึ่งจะต้องตระเตรียม)
    ๙.ตระเตรียมวัตถุไทยธรรมและอาคารคาวหวานที่สมควรเพื่อถวายแด่พระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์ที่เจ้าภาพได้อาราธนานิมนต์ไว้มาถึงสถานที่จัดงานไว้ตามเวลาที่ กำหนดแล้ว

    ฝ่ายเจ้าภาพจะต้องปฏิบัติกรณียกิจ คือ
    ๑.คอยล้างเท้าพระสงฆ์และเช็ดด้วย
    ๒.ประเคนเครื่องรับรองที่จดเตรียมไว้
    ๓.เมื่อได้เวลาแล้ว จุดธูปเทียนที่โต๊ะบูชา บูชาพระแล้วกราบนมัสการ ๓ ครั้ง
    ๔.อาราธนาศีล และรับศีล
    ๕.ต่อจากรับศีลก็อาราธนาพระปริตร เสร็จแล้วไหว้หรือกราบแล้วแต่กรณี
    ๖.นั่งฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เมื่อจบแล้วถวายน้ำร้อยหรือเครื่องดื่มอันสมควรแก่สมณะแล้วแต่จะจัด อนึ่ง ในพิธีทำบุญเลี้ยงพระ โดยมีการเจริญพระพุทธมนต์กับฉัน (งานวันเดียว) เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม

    ในเบื้องต้นจะต้องตระเตรียมกิจการต่าง ๆ ที่ควรทำก่อนดังนี้
    ๑.อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์
    ๒.ตระเตียมที่ตั้งพระพุทธรูปพร้อมทั้งเครื่องบูชา
    ๓.ตกแต่งสถานที่บริเวณพิธี
    ๔.วงด้ายสายสิญจน์
    ๕.ต่อจากรับศีลก็อาราธนาพระปริตร เสร็จแล้วไหว้หรือกราบแล้วแต่กรณี
    ๖.นั่งฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เมื่อจบแล้ว เตรียมยกภัตตาหารมาตั้งไว้ พร้อมแล้วประเคนให้พระฉันได้ทันที สุดท้ายพิธี เมื่อพระภิกษุสงฆ์ฉันอิ่มแล้ว ก็ถวายไทยธรรม ต่อจากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนา พอพระว่าบท ยถา??? ให้เริ่มกรวดน้ำให้เสร็จก่อนจบบทว่า ยถา? และเมื่อพระสงฆ์รับว่า สัพพีติโย????. พร้อมกัน พึงประนมมือรับพรตลอดจนจบ แล้วส่งพระกลับ เป็นเสร็จพิธี
    ………….
    ๑.อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ นิยมจำนวนคี่ คือ ๕ – ๗ – ๙ รูป, ส่วนงานแต่งงานนิยมจำนวนคู่ คือ ๘ รูป, พิธีหลวงนิยมนิมนต์จำนวนคู่ คือ ๑๐ รูป เป็นต้น

    ๒.ตระเตียมที่ตั้งพระพุทธรูปพร้อมทั้งเครื่องบูชา ควรใช้โต๊ะหมู่ ๕ – ๗ – ๙ ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้โต๊ะอื่นที่สมควรก็ได้ ควรปูผ้าขาว หรือผ้าสีที่สะอาดยังไม่เคยใช้เลยเป็นดีที่สุด อย่าเอาผ้าที่นุ่งห่มหรือมช้แล้วปูโต๊ะเป็นอันขาด, ของบนโต๊ะบูชามี
    พระพุทธรูป ๑, กระถางธูป ๑, เชิงเทียน ๒, แจกันดอกไม้สด ๒, จเพิ่มอะไรที่สมควรให้มากกว่านี้ก็ได้,
    การตั้งพระพุทธรูปควรตั้งให้อยู่ทางขวามือของพระสงฆ์ หันพระพักตร์ไปทางทิศเดียวกันกับพระสงฆ์ แต่ถ้าสถานที่ไม่อำนวย ก็จัดตามความเหมาะสม

    ๓.ตกแต่งสถานที่บริเวณพิธี สถานที่ต้องให้สะอาด เรียบร้อย สวยงาม เป็นสิริมงคล
    ๔.วงด้ายสายสิญจน์ สิญจน์ แปลว่า รดน้ำ สายสิญจน์คือ สายด้ายดิบ จับให้เป็น ๓ เส้นแล้วจับอีกครั้งให้เป็น ๙ เส้น ,การวงด้ายสายสิญจน์ ควรโยงมาจากฐานพระพุทธรูป วนขวารอบฐานพระพุทธรูป โยงมาที่บาตรหรือภาชนะน้ำมนต์ วนขวาที่ภาชนะน้ำมนต์ วางไว้บนพาน ตั้งใกล้อาสนะพระเถระผู้เป็นประธานในพิธี และไม่ควรข้ามด้ายสายสิญจน์
    ๕.อัญเชิญพระพุทธรูปมาตั้งบนที่บูชา ควรสรงน้ำพระพุทธรูปให้หมดฝุ่นมลทินที่อาจติดอยู่ เสร็จแล้วก็อัญเชิญขึ้นตั้งประดิษฐานบนที่บูชาที่เตรียมไว้ แล้วกราบ ๓ ครั้ง

    ๖.ปูลาดอาสนะสำหรับพระสงฆ์ จะยกพื้นให้สูงขึ้นขนาดเก้าอี้หรือไม่ยกพื้นเพียงแต่ปูเสื่อ ปูผ้าขาว แล้วปูผ้านิสีทนะ (ผ้ารองนั่งสำหรับพระ) แล้วแต่ความเหมาะสม, ต้องให้ที่พระนั่งสูงกว่าที่นั่งของคฤหัสถ์ ถ้าเสมอกันต้องแยก อย่าให้ติดกัน
    ๗.เตรียมเครื่องรับรองพระสงฆ์ตามสมควรแก่ฐานะ คือ หมาก พลู บุหรี่ น้ำเย็น น้ำร้อน และกระโถน วางไว้ด้านขวามือของพระทุกรูป (พานหมาก พลู บุหรี่ กระโถน วางระหว่างกลางพระ ๒ รู) ต่อ ๑ ชุดก็ได้) การวาง ให้วางกระโถนไว้ข้างในสุด ถัดออกมาภาชนะน้ำเย็น, ถัดออกมา พานหมาก พลู บุหรี่, สว่น น้ำร้อน นั้นควรจัดประเคนในภายหลัง

    ๘.ตั้งภาชนะสำหรับทำน้ำมนต์ ใช้หม้อน้ำมนต์ที่มีฝาครอบ (เรียกว่า ครอบน้ำมนต์) บาตร หรือขันทองเหลือง (เว้นขันเงิน ขันทองคำ) มีพานรอง, น้ำที่ใช้ทำน้ำมนต์นั้น นิยมใช้น้ำที่ได้มาจากดิน (ไม่นิยมใช้น้ำฝน) ใส่ประมาณค่อนภาชนะ เทียนน้ำมนต์นิยมใช้เทียนขี้ผึ้งแท้ ขนาดหนัก ๑ บาทเป็นอย่างต่ำ ตั้งเตรียมไว้หน้าโต๊ะบูชา เยื้องมาให้ใกล้พระสงฆ์รูปที่ ๑

    ๙.การจุดธูปเทียนเมื่อเริ่มพิธี เจ้าภาพควรจุดธูปเทียนเอง โดยใช้เทียนชะนานในการจุด (ไม่ควรใช้ไฟจากตะเกียงหรือจากที่อื่น) ตั้งใจบูชาพระ, อาราธนาศีล รับศีล อาราธนาพระปริตร , พอพระสวดถึงบทมงคลสูตร โดยเริ่มสวดว่า ?อะเสวะนา จะ พาลานัง?.? เป็นต้น เจ้าภาพควรจุดเทียนที่ภาชนะน้ำมนต์ น้ำยกประเคนพระรูปที่ ๑ (ประธานสงฆ์ในที่นั้น)

    ๑๐.ข้อปฏิบัติวันเลี้ยงพระ ถ้าสวดและฉันเช้าหรือเพลด้วย หากมีการตักบาตร พอพระสวดถึงบทว่า ?พาหุง??? ก็เริ่มตักบาตร เสร็จแล้วยกบาตรและภัตตาหารมาวางไว้ใกล้พระ พอพระสวดจบก็ประเคนให้พระฉันได้ทันที, ถ้าเจริญพระพุทธมนต์หรือสวดตอนเย็น แล้วเลี้ยงพระในวันรุ่งขึ้น ก็ต้องเตรียมเครื่องรับรองพระเหมือนตอนสวดมนต์เย็น, อาราธนาศีล-รับศีล ไม่ต้องอาราธนาพระปริตร (บางแห่งก่อนที่พระจะสวดต้องการมีอาราธนาบาตรก่อน) พอพระสวดถวายพรพระ โดยพระท่านจะสวดถวายพรพระตามลำดับ คือ ? นะโม?., อิติปิโส ภะคะวา?…, พาหุง??? พอพระสวดถึงบทว่า ?พาหุง??.? ก็เริ่มตักบาตร

    ๑๑.สุดท้ายพอพระฉันเสร็จ เจ้าภาพถวายไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนาเริ่มบทว่า ?ยถา วาริวหา??.? เจ้าภาพพึงกรวดน้ำ เมื่อพระสงฆ์รับพร้อม ๆ กันว่า ?สัพพีติโย?? ? พึงประนมมือรับพรไปจนจบ แล้วกราบพระ ๓ ครั้ง และส่งพระกลับ เป็นเสร็จพิธี การถวายข้าวพระพุทธ ในพิธีทำบุญเลี้ยงพระ นิยมถวายข้าวพระพุทธ คือ จัดอาหารทุกอย่างเหมือนกับที่ถวายพระสงฆ์ (ไม่ควรจัดเป็นชุดเล็ก ๆ เหมือนกับที่จัดอาหารเซ่นผี) เสร็จแล้วพึงวางไว้บนโต๊ะหรือบนผ้าขาวที่สะอาดหน้าโต๊ะหมู่บูชา จุดธูป ๓ ดอกในกระถางธูปหน้าพระพุทธรูป นั่งคุกเข่าประนมมือกล่าวคำนมัสการว่า ?นะโม ตัสสะ?.? ว่า ๓ จบ เสร็จแล้วกล่าว
    คำถวายข้าวพระพุทธว่า
    อิมัง สูปะพะยัญชนะสัมปันนัง สีลีนัง โอทะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ. และเมื่อพระสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว เจ้าภาพ พิธีกร หรือผู้อื่นก็ได้ พึงกราบพรพุทธรูป ๓ ครั้ง แล้วประนมมือกล่าวคำลาข้าวพระพุทธว่า เสสัง มังคะลา ยาจามิ หรือจะกล่าวว่า เสสัง มังคะลัง ยาจามิ ก็ได้ เสร็จแล้วกราบ ๓ ครั้ง และยกภาชนะข้าวพระพุทธออกไป
    ๒.ทำบุญงานอวมงคล
    การทำบุญงานอวมงคล คือ การทำบุญเกี่ยวกับเรื่องการตาย, หมายถึง การทำบุญเพื่อความสุขความเจริญโดยปรารภเหตุที่เป็นมาไม่สู้จะดี แล้วจัดทำบุญขึ้นเพื่อกลับสิ่งที่ชั่วร้ายให้คืนดีและเป็นสิริมงคลต่อไป ในปัจจุบันนี้การทำบุญงานอวมงคลนิยมทำกันอยู่ ๒ อย่าง คือ ๑.งานทำบุญหน้าศพ (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทำบุญหน้าวันปลงศพ) ที่เรียกว่า ทำบุญ ๗ วัน, ทำบุญ ๕๐ วัน, ทำบุญ ๑๐๐ วัน นั่นเอง ๒.ทำบุญอัฐิ หรือการทำบุญปรารภความตาบของบรรพบุรุษ หรือท่านผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นการทำบุญในวันคล้ายวันที่ท่านผู้นั้นล่วงลับไปแล้ว
    ๑.งานทำบุญหน้าศพ หรือ ทำบุญหน้าวันปลงศพ

    กิจที่จะต้องเตรียม กิจที่จะต้องเตรียมสำหรับฝ่ายเจ้าภาพมีดังนี้
    ๑.อาราธนาพระสงฆ์มาสวดพระพุทธมนต์ นิยมจำนวนคู่ คือ ๔ – ๘ รูป เป็นต้นแล้ว แต่กรณี (ข้อควรสังเกต งานมงคลใช้คำว่า ?เจริญพระพุทธมนต์?, ส่วนงานอวมงคลใช้คำว่า ?สวดพระพุทธมนต์?)
    ๒.ไม่ต้องตั้งภาชนะน้ำมนต์ ไม่วงด้ายสายสิญจน์ (ไม่มีการทำน้ำมนต์)
    ๓.เตรียมสายโยงหรือภูษาโยงต่อจากศพเอาไว้ สายโยง คือ ด้ายสายสิญจน์นั่นเองแต่มี ๓ เส้น (งานมงคลใช้ ๙ เส้น) ภูษาโยง คือ แผ่นผ้ากว้างประมาณ ๔ นิ้ว ยาวให้พอตั้งแต่พระองค์แรกต้นแถวจนถึงพระองค์สุดท้ายปลายแถว และต้องมีสายโยงจากศพมาเชื่อมต่อกับภูษาโยงอีก (ควรระวังเรื่องการเดินสายโยง อย่าให้สูงกว่าพระพุทธรูปในพิธี และอย่าให้ต่ำกว่าที่คนนั่ง อย่าข้ามสายโยงหรือภูษาโยง เพราะต่อเนื่องกับศพ มีไว้สำหรับพระจับเพื่อบังสุกุล การปฏิบัติกิจในพิธี เมื่อพระสงฆ์นั่งประจำที่แล้ว เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยก่อน แล้วจุดธูปเทียนที่หน้าศพทีหลัง (แต่บางแห่งนิยมจุดที่หน้าศพก่อน เสร็จแล้วจุดที่โต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัยทีหลัง ด้วยให้เหตุผลว่าเพื่อให้ผู้ตายได้บูชาพระรัตนตรัยร่วมกัน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรขอให้ผู้รู้ควรวินิจฉัยเองเถิด) เสร็จแล้วกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล – รับศีล – อาราธนาศีล (บางแห่งไม่ต้ออาราธนา พระสงฆ์สวดเลยก็มี) ถ้ามีการเลี้ยงพระด้วย พอพระฉันเสร็จพิธีกรหรือเจ้าภาพคลี่สายโยง หรือภูษาโยงตั้งแต่พระองค์แรกต้นแถวจนถึงพระองค์สุดท้ายปลายแถว เจ้าภาพและญาติพี่น้องทอดผ้าบังสุกุลบนสายโยงหรือภูษาโยงที่คลี่ทอดยาวไว้ แล้ว ถ้ามีถวายไทยธรรมจะถวายพระด้วยนิยมกลัดติดไว้กับผ้าสบง จีวร หรือที่เรียกกันว่าผ้าบังสุกุลที่วางจะทอดนั้น แล้วนั่งประจำที่ พอพระสงฆ์ท่านชักบังสุกุลเจ้าภาพและผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานทุกท่านประนม มือตั้งใจฟังจนจบ เมื่อพระสงฆ์อนุโมทนาเริ่มบทว่า ?ยถา วาริวหา??? เจ้าภาพพึงกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่ได้บ้ำเพ็ญแล้วให้แก่ผู้ล่วงลับไป แล้ว เมื่อพระสงฆ์รับพร้อม ๆ กันว่า ?สัพพีติโย?? พึงประนมมือรับพรไปจนจบ แล้วกราบพระ ๓ ครั้ง

    ข้อควรสังเกต
    นิยมวางทอดผ้าบังสุกุล เช่น ผ้าสบง จีวร เท่านั้น บนสายสิญจน์หรือภูษาโยงนั้นคือ ไม่นิยมวางทอดสิ่งอื่นใดนอกจากนี้ไว้บนสายโยงหรือผ้าภูษาโยง

    ๒.งานทำบุญอัฐิ
    กิจที่จะต้องเตรียมสำหรับฝ่ายเจ้าภาพ พึงเตรียมงานส่วนใหญ่คล้ายกับงานทำบุญหน้าศพนั่นเอง เพียงแต่ตั้งโกศอัฐิ ภาพถ่ายผู้ตาย หรือเขียนชื่อของผู้ตายไว้บนโต๊ะต่างหากจากโต๊ะบูชา จัดดอกไม้ประดับ ตั้งกระถางธูป เชิงเทียน หรือใช้กระบะเครื่อง ๕ แทน กระถางธูปเชิงเทียนก็ได้

    บทความจาก
    http://www.rajpha.org

  8. ทำบุญวันเกิดง่ายกว่าที่คิด on September 17th, 2009 10:05 pm

    เอาวิธีทำบุญวันเกิดอย่างง่ายมาให้ทำกันครับ รับรองดีแน่ ๆ ใจเราบริสุทธิก็ได้บุญแล้วล่ะ

    วิธีทำบุญง่ายๆ สำหรับคนไม่มีเวลา สามารถทำได้ทุกวัน โดยได้บารมี 10 ทัศ
    ครบถ้วนบริสุทธิ์ บริบูรณ์

    พูดถึงเวลาถ้าเราทำบุญ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการ ตักบาตรหรือเข้าวัดทำบุญ เป็นส่วนมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มีเวลา ก็เลยเสียโอกาสในการสั่งสมบุญ บารมี วันนี้จึงมีเรื่องมาเล่าให้ทุกๆท่านได้อ่านและพิจารณา เผื่อจะได้แง่มุมใหม่ๆในการสร้างบุญกุศล สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เพื่อจะได้นำมาปฏิบัติอย่างง่ายๆ เพื่อสั่งสมบุญบารมี มีดังนี้

    1. หา กระปุกออมสิน หรือ บาตรพลาสติก ( ร้านสังฆทานต่างๆจะมีขาย ) หรือภาชนะที่สะดวก ในการหยอดเงิน นำมาวางไว้ที่ในห้องพระ หรือหิ้งพระ สำหรับคนที่อยู่คอนโด หรืออพาร์ทเม้นต์ ถ้าไม่มีห้องพระ ให้หารูปพระ มาติดที่ฝาผนังก็ได้

    2. ทุกวันให้เราสละเวลา เพียงวันละประมาณ 20-30 นาที สวดมนต์ไหว้พระเวลาไหนก็ได้ที่เราว่าง เราสบายใจ เช้า สาย บ่าย เย็น หรือก่อนนอน โดยเริ่มจากบท

    คำบูชาพระ
    อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ (ข้าพเจ้าขอบูชาอย่างยิ่งต่อพระพุทธเจ้า ด้วยเครื่องสักการะนี้)
    อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ (ข้าพเจ้าขอบูชาอย่างยิ่งต่อพระธรรม ด้วยเครื่องสักการะนี้)
    อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ (ข้าพเจ้าขอบูชาอย่างยิ่งต่อพระสงฆ์ ด้วยเครื่องสักการะนี้)

    คำบูชาพระรัตนตรัย
    อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ(กราบ)
    สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ(กราบ)
    สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ(กราบ)

    นมัสการพระพุทธเจ้า
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

    ระหว่างที่ตั้งนะโม ก็ให้เรานำเงินมา จบเอาไว้ในมือ จะกี่บาทก็ได้ 5 บาท 10 บาท หรือ 20 บาท หรือจะมากกว่านั้นตามแต่ศรัทธา จากนั้นก็เริ่มสวด

    คำกล่าวบูชาไตรสรณคมน์
    พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
    ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

    บทสรรเสริญ พระพุทธคุณ
    อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
    วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
    อะนุตตะโร ปุริสสะธัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ.

    บทสรรเสริญ พระธรรมคุณ
    สวากขาโต ภะคะวา ธัมโม
    สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ.

    บทสรรเสริญ พระสังฆคุณ
    สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
    อุชุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
    ญายะปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
    สามีจิปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
    ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสสะ ยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา
    เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
    อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย
    อัญชะลีกะระนีโย อะนุตตะรัง ปุญญะเขตตัง โลกัสสา

    พาหุงมหากา หรือ พุทธชัยมงคลคาถา (ถวายพรพระ)
    ๑. พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
    ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

    ๒. มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
    ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

    ๓. นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
    เมตตัมพุเสกะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

    ๔. อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติโย ชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
    อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

    ๕. กัตตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
    สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

    ๖. สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
    ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

    ๗. นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
    อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

    ๘. ทุคคาหะ ทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
    ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ
    เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถาโย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
    หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะ

    สวดจบแล้วให้กลับมาสวด พระพุทธคุณ บทเดียวหรือ 9 จบ เท่าอายุบวกหนึ่ง

    * * * ถ้าไม่มีเวลา ให้กลับมาสวด บทพระพุทธคุณบทเดียว 9 จบ เท่าอายุบวกหนึ่ง

    3. ต่อจากนั้น ตั้งสมาธิจิตสักระยะหนึ่ง แล้วอธิษฐานจิตจนเสร็จ จากนั้น เอาเงินที่จบไว้ในมือ ใส่เข้าไปในภาชนะที่เตรียมไว้ที่หิ้งพระหรือโต๊ะหมู่บูชา หรือหน้ารูปพระ เสร็จแล้วอย่าลืม แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลทุกครั้งให้เจ้ากรรมนายเวร ทำอย่างนี้ทุกวันอย่าให้ขาด
    คาถาแผ่เมตตา (แผ่ให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย)
    สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
    อัพพะยาปัชฌา โหนตุ
    อะนีฆา โหนตุ
    สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
    สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
    จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
    จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
    จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
    จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

    4. หลังจากนั้น เราก็จะได้บารมีครบถ้วน เพียงแค่สวดมนต์ไม่กี่นาที และสิ่งเหล่านี้ก็จะสะสมในใจเราทีละน้อย เหมือนกับเราเก็บเงินวันละ บาท 10 วันก็ได้ 10 บาท แต่ถ้าเราไม่ทำอะไร เราก็จะไม่ได้อะไรเลย แล้วเงินที่เราหยอดทุกวัน ที่ได้จากการสวดมนต์ ก็เหมือนเราตักบาตรทุกวัน โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เมื่อมีโอกาศเข้าวัด หรือจะไปทำบุญตามสถานที่ต่างๆ เราก็นำเงินนั้นแหละไปทำบุญ หยอดตู้ ใส่ซอง ทำให้จิตของเราติดอยู่กับบุญกุศล ทุกวัน

    บารมีครบถ้วน 10 ประการมีดังนี้
    1. ทานบารมีี = ขณะที่เราสวดมนต์เสร็จ เราทำทานคือเอาเงินที่จบใส่ใน กระปุกออมสิน หรืออื่นๆ เป็น ทานบารมี
    2. ศีลบารมี = ขณะที่เราสวดมนต์อยู่ในขณะนั้นเราไม่ได้ทำบาปกรรมกับใคร มีศีลอยู่ในขณะที่สวดมี ศีลบารมี
    3.เนกขัมมบารมี = ขณะที่เราสวดมนต์อยู่ จิตของเราปราศจาก นิวรณ์มารบกวนจิตใจ ถือว่าเป็นการบวชใจ ถือว่าเป็น เนกขัมมบารมี
    4. ปัญญาบารมี = การสวดมนต์ทำด้วยความศรัทธา ทำด้วยปัญญาที่เห็นว่ามันเป็นประโยชน์ช่วยฝึกฝนให้เกิดสติ มีสมาธิเป็น ปัญญาบารมี
    5. วิริยะบารมี = ถ้าเราไม่มีความเพียร เราก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นความเพียรเป็น วิริยะบารมี
    6. ขันติบารมี= มีความเพียรแล้ว ไม่มีความอดทน ความเพียรก็ตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องมีความอดทน ความอดทนเป็น ขันติบารมี
    7. สัจจะบารมี = มีความเพียร มีความอดทนแล้ว และมีความจริงใจในการประพฤติปฏิบัติ ซึ่งความจริงใจคือ สัจจะบารมี
    8. อธิษฐานบารมี = เมื่อเราสวดมนต์เสร็จ ทำสมาธิ ตั้งจิตอธิฐาน การอธิฐานเป็น อธิษฐานบารมี
    9. เมตตาบารมี = ใส่บาตร สวดมนต์เสร็จ ก็ต้องแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล การแผ่เมตตาเป็น เมตตาบารมี
    10. อุเบกขาบารมี = ขณะที่แผ่เมตตา เราต้องทำใจของเราให้มีเมตตา ต่อสัตว์ทั้งหลาย ทำใจให้เป็นพรหมวิหาร 4 อุเบกขา วางเฉย อโหสิกรรม กับบุคคลที่เราเคยล่วงเกินกันมา ไม่โกรธใคร ไม่เกลียดใคร ไม่ชอบใคร ไม่ชังใคร ทำใจให้นิ่ง ทำจิตให้สงบ วางใจให้เป็นอุเบกขา เป็น อุเบกขาบารมี

    เห็นมั๊ยค่ะ เพียงแค่เราสละเวลา อันน้อยนิด เราก็ได้บารมีครบถ้วนบริสุทธิ์ บริบูรณ์ ซึ่งมีผู้ที่ปฏิบัติทุกวันบอกว่า ถ้าเราสละเวลาทำทุกวันจะทำให้ท่าน มีสมาธิ และมีสติดีขึ้น มีอารมณืเยือกเย็นและมีอารมณ์ดี อารมณ์เดียว จะคิดจะทำอะไร ไม่ติดขัด

    ขออนุโมทนาสาธุ กับทุกท่านค่ะ

    สามารถดูวิธีการสวด ได้ที่นี่ เปิดเสียงด้วยค่ะ http://www.geocities.com/buddamontra/
    รวมพระคาถาต่างๆ http://www.dhammathai.org/treatment/kata/kata01.php

    ขอบคุณแหล่งที่มาของการทำบุญวันเกิดดี ๆง่าย ๆ ด้วยนะครับผม

  9. ทำบุญได้ทุกวัน ไม่จำเป็นต้องวันเกิด on September 18th, 2009 2:25 am

    ติดตามด้วยคนครับ กิจกรรมดีดีแบบนี้ ทำให้ได้ความรู้ไปในตัว อยากให้มีจัดทุกปีเลยนะครับ

  10. ทำบุญวันเกิดที่ไหนดี on September 18th, 2009 2:41 am

    ถ้าจะถามผมว่าทำบุญวันเกิดที่ไหนดี ผมคงตอบได้เพียงว่า….
    ทำบุญวันเกิดที่ตัวเอง… คงอย่าทำบาปละเว้นความชั่ว แต่หลาย ๆ คนเค้าทำกันอย่างนี้ครับ
    เค้าทำบุญวันเกิดกันที่โรงพยาบาลสงฆ์ครับ เพราะได้ใส่บาตรพระจำนวนมาก พระที่กำลังอาพาธอยู่ด้วยได้บุญยิ่งครับ บางคนก็ทำบุญวันเกิดด้วยการปล่อยนก ปล่อยปลา

    เพราะเชื่อว่า ปล่อยนก จะทำให้ชีวิตมีอิสระเสรี
    ปล่อยปลาไหล ช่วยด้าน การงานราบรื่นขึ้น
    ปล่อยหอยขม ช่วยด้าน ให้พ้นความขมขื่นเรื่องต่างๆ
    ปล่อยเต่า ช่วยด้าน ให้อายุยืนขึ้น
    ปล่อยปลาหมอ ช่วยด้าน ให้โรคภัยหาย
    ปล่อยปลาช่อน ช่วยด้าน ให้แคว้นคลาดต่างๆ
    ปล่อยปลาทั่วไป ช่วยด้าน ให้ร่มเย็นเป็นสุข

  11. วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด on September 18th, 2009 2:42 am

    วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด

    วิธีปฏิบัติ ในการทำบุญวันเกิดอาจเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ ดังนี้

    ๑. ตักบาตรพระสงฆ์เท่าอายุหรือเกินอายุหรือกี่รูปก็ได้ตามสะดวก
    ๒. บำเพ็ญกุศลอุทิศแก่บรรพบุรุษ ที่เรียกว่า ทักษิณานุประทานก่อนแล้วจึงบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเกิด
    ๓. ทำบุญ สวดมนต์ เลี้ยงพระ หรือมีพระธรรมเทศนาด้วย
    ๔. ถวายสังฆทาน
    ๕. ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ เช่นปล่อยนก ปล่อยปลา ฯลฯ หรือส่งเงินไปบำรุงโรงพยาบาลหรือกิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์อื่นๆ
    ๖. รักษาศีลหรือบำเพ็ญภาวนา
    ๗. กราบขอรับพรจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ
    ๘. บำเพ็ญคุณประโยชน์อื่นๆ โดยมุ่งที่การให้ มากกว่า เป็นการรั

    อานิสงส์หรือผลดีของการทำบุญวันเกิด
    การ ทำบุญวันเกิด คือการปรารภวันเกิดและทำความดีในวันนั้นเป็นเหตุให้ได้รับผลดีหรืออานิสงส์ ตอบแทน ดังมีพุทธภาษิตความว่า ?ผู้ให้อาหาร ชื่อว่า ให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่า ให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยาน ชื่อว่า ให้ความสุข ผู้ให้ประทีป ชื่อว่า ให้ดวงตา? (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๑๓๘ หน้า ๔๔ ) และพระพุทธภาษิต ความว่า ?ผู้ให้สิ่งที่น่าพอใจ ย่อมได้สิ่งที่น่าพอใจ ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศ ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐ ผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐสุด ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐสุด ? (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๒๒ ข้อ ๔๔ หน้า ๖๖)

    ข้อเสนอแนะในการทำบุญวันเกิด
    ๑. กิจกรรมในการทำบุญวันเกิดควรเน้นคุณค่าทางจิตใจมากกว่าวัตถุ เช่นทำจิตใจให้สงบแจ่มใสและทำบุญตามศรัทธา
    ๒. ควรเป็นกิจกรรมที่มุ่งบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นหรือส่วนรวม เช่นการบริจาคทาน สมทบทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ ใช้แรงงานของตนเองเพื่อส่วนรวม
    ๓. ควรมุ่งเน้นให้เป็นการประหยัด จัดงานวันเกิดในวงครอบครัวไม่ควรจัดหรูหราฟุ่มเฟือย
    ๔. ควรอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ไม่จำเป็นต้องจัดแบบต่างประเทศ เช่นตัดเค้กวันเกิดจุดเทียน หรือเป่าเทียน ร้องเพลงภาษาต่างประเทศอวยพรวันเกิด ฯลฯ
    ๕. ในกรณีที่ผู้น้อยไปรดน้ำอวยพรวันเกิดผู้ใหญ่ นิยมอ้างคุณพระศรีรัตนตรัยก่อนแล้วจึงมีคำอวยพร ส่วนของขวัญที่จะให้นั้น ควรทำด้วยน้ำพักน้ำแรงหรือของที่ประดิษฐ์ด้วยฝีมือตนเอง ถ้าเป็นดอกไม้ควรเป็นดอกไม้ที่ปลูกในประเทศไทย กรณีที่ผู้ใหญ่อวยพรวันเกิดผู้น้อย ผุ้ใหญ่ควรกล่าวถ้อยคำอันเป็นมงคลแก่ผู้รับพร

    ที่มา : http://www.dhammajak.net/phitee/15.html

  12. กล้วยไม้ on September 20th, 2009 8:48 pm

    ตอนนี้ทำบุญวันเกิดของเราตกไปอยู่้หน้า 4 แล้วครับ หลังจากไม่ได้อัพเดท
    ไม่ได้ทำ seo เลย อิอิ ถือว่าเป็นเ็ว็บมีอายุกว่า 1 ปี เลยอยู่หน้า 4 ได้
    แต่เว็บใหม่ๆ พึ่งจดโดเมน หรือซัพโดเมนขั้นเทพ ก็อยู่หน้าแรกกันทั้งนั้นเลย
    มีแต่เทพ seo ทั้งนั้น ดีใจจังเลย….

  13. ทำบุญวันเกิดสะเดาะเคราะห์ on September 21st, 2009 3:22 am

    การทำบุญวันเกิดสะเดาะเคราะห์

    คนไทยเรานั้นเชื่อถือเรื่องโชคลางและบาปกรรมกันมาเป็นเวลานานมาแล้ว ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่าเมื่อเรามีเคราะห์หรือทุกข์ร้อนต่างๆ นาๆ วิธีหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาสิ่งเลวร้ายต่างๆ ให้ทุเลาเบาบางลงไปบ้าง ก็คือการไปทำบุญ เข้าวัดเข้าวา และที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทยในสมัยก่อนนั้นก็คือการสะเดาะเคราะห์

    แต่การสะเดาะเคราะห์ดังกล่าวนี้ มีมากมายหลายอย่างที่เป็นสิ่งสืบทอดจนมาถึงปัจจุบัน บางครั้งเราเองก็เคยไปสะเดาะเคราะห์โดยการปล่อยสัตว์ต่างๆให้เป็นอิสระ แต่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ด้วยซ้ำไปว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลแก่ตัวเราอย่างไร ในทำนองเดียวกัน ถ้าเราต้องการสะเดาะห์เคราะห์เพื่อผลบางอย่างเราจะต้องทำอย่างไร ลองอ่านบทความข้างล่างดู แล้วคุณจะทราบถึงเหตุผลที่คุณเองอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน

    การทำบุญโดยปล่อยสัตว์ต่างๆ
    1. การปล่อยปลาไหล เป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อให้การกระทำใดๆ หรืองานบางอย่างที่เรามุ่งหวัง ราบลื่น ลื่นไหลเหมือนดังชื่อของปลาไหล ไม่มีติดขัด และอุปสรรคใดๆขัดขวาง

    2.การปล่อยเต่า เป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อให้ตนหรือใครบางคนที่เราอธิษฐานถึง มีอายุมั่นขวัญยืน หรือถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ก็ขอให้หายจากการเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นๆ

    3. การปล่อยหอยขม เป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อขอให้ความทุกข์ ความขมขื่นที่เป็นอยู่ และเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้กับตัวเองจง หมดไป หรือหายไปพร้อมกับหอยขมที่เราปล่อยไป

    4. การปล่อยนก เป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อขอให้ตัวเราจงพ้นจากความทุกข์ที่ผูกพันอยู่ในชีวิต พ้นจากปัญหา หรือเคราะห์ร้ายใดๆ ที่เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณของคุณให้เป็นทุกข์ ไร้อิสระ การปล่อยนกเป็นเสมือนกับการขอให้ตนได้เริ่มชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม

    5. การปล่อยปลาทั่วๆไป เป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อขอให้มีความสุขร่มเย็นในชีวิต ทุกข์ใดๆที่ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจ ขอให้หมดสิ้นไป แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ถ้าคุณทำบุญโดยการซื้อสัตว์อะไรมาปล่อยก็ตาม คุณก็จะได้ผลบุญหนุนนำให้ชีวิตรุ่งเรือง หมดเคราะห์หมดโศกอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถ้าคุณมีเรื่องทุกข์ร้อน หรือปรารถนาถึงเรื่องใดเป็นพิเศษ ก็ลองทำตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณเหล่านี้ดู เพราะอย่างน้อยที่สุดก็สร้างความสบายใจให้เกิดขึ้นแก่ตัวคุณได้

    การทำบุญเพื่อสะเดาะเคราะห์แบบเฉพาะกิจ
    การทำบุญเพื่อสะเดาะเคราะห์แบบเฉพาะกิจ หมายถึงการทำบุญเมื่อตัวคุณเองกระทำบาปบางอย่างขึ้นในอดิต แล้วต้องการจะสะเดาะเคราะห์เพื่อผ่อนทุกข์เหล่านั้นจากหนัก ให้ผ่อนคลายเบาบางลง ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ถือเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่คนโบราณถือปฏิบัติสืบต่อกันมา

    คนแท้งบุตร
    การทำแท้งเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นการทำบาปอย่างมหันต์ เชื่อกันว่าผู้ที่ไปทำแท้งมานั้นชีวิตจะตกต่ำย่ำแย่ มีแต่เรื่องทุกข์ร้อนหรือไม่ก็จะพบกับช่วงชีวิตที่ลำบาก ไม่อาจจะเจริญรุ่งเรืองได้สักที เหมือนกับจะมีอะไรคอยมาถ่วงอยู่ และจะล้มลุกคลุกคลานไปนานถึง 7 ปีทีเดียว แต่ก็มีความเชื่อกันอีกว่า คุณสามารถสะเดาะเคราะห์เรื่องราวดังกล่าวเพื่อให้ผ่อนคลายเบาบางลงไปได้บ้างโดยมีวิธีดังต่อไปนี้…
    ไปซื้อปลาในตลาดสด แล้วนำไปปล่อยที่แม่น้ำ อย่าปล่อยในบึง คลองเล็ก จะกี่ตัวก็ตามแต่กำลังทรัพย์

    ต้องปล่อยปลาให้ครบตามอายุของตน

    ต้องนับจำนวนปลาแยกกับอีกฝ่ายหนึ่ง เช่นถ้าภรรยาอายุ 25 ปี สามีอายุ 30 ปี ก็แสดงว่าคุณทั้งคู่จะต้องปล่อยปลาทั้งสิ้น 55 ตัว คือฝ่ายหญิงปล่อย 25 ฝ่ายชายปล่อย 30

    การทำบุญดังกล่าวไม่กำหนดระยะเวลา คุณจะทำให้เสร็จภายใน 1 เดือน 6 เดือนหรือ 1 ปี ก็ได้ ถ้าทำครบโดยเร็วก็จะหมดเคราะห์ได้เร็วเช่นกัน

    คนทำร้ายผู้อื่นให้ตายหรือพิการ
    สำหรับผู้ที่กระทำผิด โดยทำให้ผู้อื่นพิการ หรือตายโดยที่มิได้ตั้งใจ(รวมถึงสัตว์ต่างๆ) เช่นขับรถชนคนโดยไม่ได้เจตนา จนทำให้เขาผู้นั้นต้องพิการ หรือถึงกับเสียชีวิตก็ตาม การกระทำดังกล่าวถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจตนาก็ตาม แต่ก็จะมีผลทางบาปกรรมได้เช่นเดียวกัน การจะสลัดบาปเคราะห์เหล่านี้ หรือผ่อนหนักให้เป็นเบาได้นั้น คนโบราณมีความเชื่อให้กระทำดังนี้..
    ไปไหว้พระ ให้ครบ 7 วัด และนำน้ำมนต์ของ วัดนั้นๆ มารดศีรษะ และอาบทั้งร่างกาย

    เติมน้ำมันตะเกียงตามวัดต่างๆให้ครบ 7 วัด

    ทำบุญปล่อยเต่า ให้ครบเท่าอายุของตน

    ถือศีลกินเจอย่างน้อย 29 วัน

    สิ่งต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนหนึ่งที่ ตกทอดกันมาแต่โบราณกาล ไม่มีใครสามารถจะยืนยันได้ถึงผลที่จะตามมาหลังจากที่คุณได้กระทำตามความเชื่อเหล่านี้แล้ว แต่อย่างหนึ่งที่คุณจะได้รับก็คือการกระทำที่เสริมสร้างกำลังใจให้เกิดขึ้นแก่ตัวคุณเอง เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคงในอนาคต

    ขอขอบคุณเรื่องทางบ้านจาก คุณวรรนภา เทศดี
    http://horoscope.sanook.com/playfortune/playfortune_01625.php

  14. วันเกิด on September 21st, 2009 4:41 am

    วันเกิดทำบุญ ทำบุญวันเกิด ของเราอยู่หน้า 3 แล้วครับ
    หลังจากทดสอบโพสไปกับ sb จำนวน 3 เว็บ

  15. ทำบุญ on September 21st, 2009 9:46 pm

    แหม ๆ ในที่สุดทำบุญวันเกิดของเราก็หล่นหายไปจากสารบบเซิส
    ผลการเซิร์ฟเช้านี้ อยู่อันดับที่ 59 ของคีย์เวิร์ดทำบุญ วันเกิด กรำจริง ๆ
    มีแต่คนแรง ๆ เลย อิอิ เก่ง ๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ

    ยืนมองข้างสนามต่อไป สู้ ๆครับผม.

  16. ทำบุญวันเกิด on September 22nd, 2009 12:16 am

    ก๊าก ๆหลุดมาหน้า 6 อันดับที่ 62 แล้วตอนนี้
    คาดว่ากำลังจะหลุดต่อไปเรื่อย ๆ

  17. ซำนี่ก็ดีพอแฮง on September 22nd, 2009 12:44 am

    แหม เคยขึ้นหน้า 3 ได้ก็สุดยอดแล้วครับ
    เอาใจช่วยครับผม อย่าให้หลุดเลยหน้า 10 เลย 5 5 5

  18. กล้วยไม้ on September 22nd, 2009 2:07 am

    ตอนนี้อันดับที่ 52 ครับท่านไม่ใช่ 62 หน้า 6 แต่อันดับที่ 52 ครับ
    แหม จากหน้า 3 มาอยู่หน้า 6 นี่เทพเอสอีโอเค้าแจ่มกันจัง
    ถีบผมซะกระจุยเลยแฮะั…

  19. Cheap Hotels Thailand on September 22nd, 2009 2:35 am

    พอเทพเขาเร่งเครื่อง ก็ร่วงเป็นธรรมดาง่ะ

  20. กล้วยไม้ on September 22nd, 2009 2:41 am

    ใช่ครับ ผมว่าเทพ ผมเค้าทีละนิด ๆ นแล้วค่อยเร่งตอนปลาย
    เค้าเรียกว่าแรงปลายหรือเปล่านิ? อิอิ ดีใจที่ได้ดูการแข่งครั้งนี้ครับ
    ทำบุญวันเกิด เลยกลายเป็นขยะไปเลยแฮะ เยอะจนเกลื่อน

  21. เทพเอสอีโอ on September 22nd, 2009 11:14 pm

    พอเทพเร่งเครื่อง มือใหม่ก็หายไปจากสารบทกันหมด 5 5 5

  22. นายกล้วยไม้ on September 23rd, 2009 12:39 am

    ตอนนี้ตกไปอยู่หน้า 7 ยังไงก็ไม่มีกระเตื้องครับ
    เพราะเทพปล่อยของกันเยอะเลย…

    มันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีจริง ๆนะเนี่ยะ

  23. นายกล้วยไม้ on September 23rd, 2009 3:52 am

    ยังหล่อต่อไปเรื่อย ๆครับ
    ตอนนี้ตามหลังกระทู้ของทำบุญวันเกิดติด ๆ อิอิ
    ทำไมเราห่วยแท้หว่า…

  24. กล้วยไม้ on September 23rd, 2009 4:27 am

    ตอนนี้ทำบุญวันเกิดเรากระโดดมาอยู่หน้า 4 อันดับที่ 35 แล้วครับ
    พอไม่ให้ตกจากอันดับ top100 นะครับ อย่าคิดมาก อิิอิ

  25. มด on September 23rd, 2009 9:03 pm

    อัพเดทล่าสุดเกิดวันบุญทำ ทำบุญวันเกิดเราอยู่หน้า 5 แล้ว
    หลังจากท่านเทพ YAMS ขยับตัวนิดหน่อย นี่ขนาดป่วยนะเนี่ยะ
    ถ้าออกแรงเต็มที่ เราคงกระเด็นหายไปในพริบตาแหง๋ม ๆ

    สู้เค้านะทุกคน เอาใจช่วยมือใหม่ทุกคนครับ…

  26. แทน on September 23rd, 2009 11:11 pm

    อะไรกันกล้วยไม้เกี่ยวอะไรกับทำบุญวันเกิดนิ?
    ทำบุญวันเกิดเว็บไซต์เหรอ?

  27. แมว on September 24th, 2009 3:52 am

    จะหลุดจากหน้า 5 แล้วนะ สู้เค้าหน่อย…

  28. มดเอ็กซ์ on September 24th, 2009 9:18 pm

    วันนี้อยู่หน้า 5 เหมือนเดิมครับ อันดับ 1 ของหน้า 5 ครับอิอิ

  29. กล้วยไม้ on September 24th, 2009 10:17 pm

    แล้วอีกนานมั้ยจะตกไปอยู่หน้าอื่น เสียว ๆ เหมือนกันครับผม ทำบุญวันเกิด นี่แรงจริง ๆ
    เทพปล่อยของกันให้รึ่มเลย PR5 ทั้งนั้นเลย…

  30. เด็กดี on September 28th, 2009 10:12 pm

    อยากจะบอกว่าทำบุญวันเกิด เด็กดิ๊ก ขึ้นสู่ที่ 1 แล้วครับท่าน
    แหมสุดยอด SEO จริง ๆ ครับ แต่ TJorchid ก็ยังอยู่หน้า 3
    โดยไม่ได้ทำอะไรเลย สุดยอดเหมือนกัน หุหุ

  31. มดเอ็กซ์ฺ on September 29th, 2009 3:23 am

    กลับมาหน้า 3 คืนล่ะ หลังจากหายไปสักพักเมื่อเที่ยง แทบใจหาย ไปอยู่หน้า 6 นู่นแน่ะ…
    วันนี้เลยต้อง s/b ไปสักเว็บสองเว็บ กันตกอันดับไปไกล

  32. คนผ่านทาง on September 29th, 2009 3:26 am

    การทำบุญวันเกิดที่ดีที่สุด ก็คือ การกราบไหว้ พ่อแม่ ทำตัวเป็นเด็กดีของพ่อแม่
    เป็นคนดีของสังคม วันเกิด คือวันที่เราเกิดมา เรายังอยุ่ ถือว่าเรายังเกิดอยู่
    เพราะฉะนั้น ควรทำบุญวันเกิดให้ทุกวัน ไม่ควรละ…

    พระคุณแม่ ผู้ให้กำเนิด พระคุณพ่อผู้ให้กำเนิด ควรระลึกถึงทุกวัน ๆ ทุกลมหายใจเข้าออได้ยิ่งดี
    บิดามารดา ผู้ให้กำเนิด ทำบุญวันเกิดด้วยการทำดี

    ขอเชิญสมาชิกชาวกล้วยไม้ร่วมอธิษฐานจิต ให้ในหลวงของปวงไทยจงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง…

  33. วันเกิด on September 29th, 2009 3:48 am

    ทดสอบ อัพโหลดรูปผ่านคอมเม้นนะจ๊ะ

  34. คนหน้าตาดี on September 29th, 2009 3:54 am

  35. คนหน้าตาดี on September 29th, 2009 3:55 am

    ทดสอบ

  36. คนหน้าตาดี on September 29th, 2009 3:56 am

    ทอสอบ 2 เอาลิ้งก์ออก

  37. กล้วยไม้ on September 29th, 2009 3:59 am

    ทดสอบอีกที

  38. กล้วยไม้ on September 29th, 2009 4:00 am

  39. กล้วยไม้ on September 29th, 2009 4:00 am

  40. กล้วยไม้ on September 29th, 2009 4:01 am

    [img="http://www.thairath.co.th/images/global/header/logo.jpg"]

  41. ทำบุญ on September 29th, 2009 4:04 am

    ทดสอบอีกรอบ

  42. ทำบุญ on September 29th, 2009 4:05 am

    จะได้มั้ยหนอรอบนี้?

  43. มดเอ็กซ์ on September 29th, 2009 9:57 pm

    อันดับตกมาอันดับที่ 29* แล้ว กรำจริง ๆ
    ต้องหาเวลาว่างไปทำ seo ซะแว้ว

  44. เล่นทำบุญกันเหรอ? on September 29th, 2009 11:37 pm

    การทำบุญวันเกิด

    อันประเพณีที่จะ ทำบุญวันเกิด ขึ้นนี้เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างตั้งแต่ยังทรงผนวช ไม่ใช่ทำอย่างจีนหรือฝรั่ง ด้วยทรงพระราชดำริเห็นว่าการมีอายุยืนมาบรรจบรอบปีครั้งหนึ่งๆ ไม่ตายไปเสียก่อนเป็นลาภอันประเสริฐ ควรยินดี เมื่อรู้สึกยินดีก็ควรจะบำเพ็ญกุศล ที่เป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจยินดี และไม่ประมาท เพราะไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่ ถึงวันเกิดปีหนึ่งเป็นที่เตือนใจครั้งหนึ่ง ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปต่อความตายอีกก้าวหนึ่งชั้นหนึ่ง เมื่อรู้สึกเช่นนั้น จะได้บรรเทาความมัวเมาประมาทในชีวิตเสียได้ นี้เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นสาเหตุให้มีการทำบุญวันเกิดขึ้นเรียกว่า เฉลิมพระชนมพรรษา

    การที่ทรงทำในครั้งนั้นปรากฏว่ามีการสวดมนต์เลี้ยงพระ ๑๐ รูป เป็นการน้อยๆ เงียบๆ ครั้นต่อมาก็มีเจ้านายขุนนางทำบุญวันเกิดกันชุกชุมขึ้น แต่การทำบุญเกี่ยวกับพระลดลง เป็นแค่ประชุมคนแสดงเกียรติยศให้ปรากฏว่ามีผู้นับถึอมาก ตั้งโรงครัวเลี้ยงกันไปวันยังค่ำการมหรสพก็มีละครเป็นพื้น และนำของขวัญไปให้กันมีการเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนานให้ศีลให้พรกัน ถ้าเป็นวันเกิดเจ้านายขุนนางชั้นผู้ใหญ่ พระเจ้าแผ่นดินก็พระราชทานพระราชหัตถเลขาให้พรด้วย พระราชทานของขวัญด้วย สมัยนั้นการทำบุญถือเป็นเกียรติใหญ่ เมื่อถึงวันเกิดของใครก็อึงคนึงเป็นการใหญ่ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้ว และถือว่าถ้าไม่ไปช่วยงานวันเกิดกันแล้วเป็นไม่ดูผีกันทีเดียว

    สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงผนวชเป็นสามเณรก็ทรงทำบุญวันพระราชสมภพ ตามอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วิธีทำก็มี สวดมนต์ เลี้ยงพระและแจกสลากสิ่งของต่างๆ แก่พระสงฆ์ ทรงทำตลอดมาจนกระทั่งเสวยราชย์และทำเป็นการใหญ่เช่น หล่อพระพุทธรูปอายุ เรียกว่า ?หล่อพระชนมพรรษา? ทั้งมีการตกแต่งตามชาลาพระบรมมหาราชวัง ให้เป็นการครึกครื้นสนุกสนาน ตามริมน้ำและตามถนนก็สว่างไสวไปด้วยแสงประทีปโคมชวาลา จึงได้เกิดมีการแต่งซุ้มไฟประกวดประขันกันขึ้นและมีเหรียญพระราชทานแก่ผู้แต่งซุ้มไฟเป็นรางวัล อนึ่งในวันนั้นได้มีผู้ไปลงนามถวายพระพร พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการอ่านคำถวายพระพรอันเป็นเครื่องหมายแสดงความจงรักภักดี จึงถือเป็นประเพณีเนื่องด้วยทำบุญวันเกิดมาจนปัจจุบันนี้

    เอามาฝากจาก สนุก! พีเดีย ขอบคุณนะค่ะ

  45. กล้วยไม้ on September 30th, 2009 1:35 am

    กรำของเวรแท้ ๆ เวรกรรมมีจริง หลุดไปอยู่หน้า 4 ซะแว้ว…

  46. กล้วยไม้ on September 30th, 2009 4:01 am

    5 5 5 ไป sb มาหน่อยกระดึ๊บมา 1 อันดับ อยู่หน้า 3 ล่ะ พรุ่งนี้คงร่วงเหมือนเดิม

  47. มด on September 30th, 2009 10:07 pm

    กรำตกไปอยู่หน้า 4 อันดับที่ 32 ล่ะ แย่จัง….

  48. แทนไทย on October 1st, 2009 1:58 am

    ตอนนี้ลายเซ็นต์ sem ทำให้เว็บนี้ขึ้นมา อีก 4 อันดับ เจ๋งไปเลยมั้ยล่ะ?
    สำหรับคีย์เวิร์ดทำบุญวันเกิด

  49. มดเอ็กซ์ on October 1st, 2009 9:13 pm

    กรำ ไทยเซ็มก็ไทยเซ็มเถอะ เจอเทพ seo ทั้งหลาย
    เว็บผมก็ร่วงอีกเหมือนกันครับ…

    งั้นตัองลองไป se ed book มั่ง เผื่อจะกระึึึดึ๋บ

    เป้าหมายของเราคือทำบุญวันเกิดให้อยู่ในร้อยอันดับแรกในผลการเซิร์ฟ
    ใน

    http://www.google.co.th

    สู้ ๆ

  50. กล้วยไม้ on October 2nd, 2009 12:47 am

    การทำบุญให้ได้บุญมากหรือน้อยนั้น ประกอบด้วย factor 3 อย่างครับ
    1. ผู้ให้
    – ก่อนให้ ขณะให้ หลังให้ มีจิตยินดีมากก็ยิ่งได้ผลบุญมาก เช่น ถ้าก่อนให้ ขณะให้ ก็ยินดีอยู่ แต่พอมารู้ภายหลังว่า เช่น เสียดาย หรือ รู้ว่าเป็นโจรไม่น่าให้เลย อันนี้ก็ผลบุญลดหลั่นตามกันไปครับ
    – เจตนาในการให้ คือ ถ้ามีเจตนาเป็นบุญกุศลแรง ก็ยิ่งได้ผลบุญมากครับ

    2. ของที่ให้
    – ความบริสุทธิ์ ถ้าของที่ให้นั้นได้มาโดย บริสุทธิ์ เช่น ไม่ได้ไปขโมยมา หรือ ไม่ได้ไปเล่นการพนันมา คือ ของยิ่งบริสุทธิ์ก็ยิ่งได้บุญมากครับ เช่นกรณี ที่ยายแฟงแม่เล้าในสมัยรัชกาลที่ 5 สร้างวัดคณิกาผล จากเงินที่ได้จากการทำธุรกิจซ่อง สมเด็จพระพุทธาจารย์(โต) กล่าวว่า ได้ผลบุญแค่สลึงเฟื้อง เดียว เพราะเงินที่ได้มาไม่บริสุทธิ์ เพราะได้มาจากการประกอบ มิจฉาอาชีพ คือ ค้ามนุษย์
    – ปริมาณ ก็มีส่วนสำคัญครับ ยิ่งมากก็ได้บุญมากขึ้น แต่สำคัญสู้เจตนาไม่ได้ครับ ถ้ามีเจตนามาก ถึงแม้จะให้น้อยตามกำลังของตน ก็อาจได้บุญมากกว่า เศรษฐีที่ให้มากแต่ สักแต่ว่าให้ครับ

    3. ผู้รับ
    ถ้าผู้รับมีศีลบริสุทธิ์ หรือ เป็นพระผู้ปฏิบัติดี-ชอบ ก็ยิ่งได้บุญมากครับ

  51. กล้วยไม้ on October 2nd, 2009 2:00 am

    อานิสงฆ์การสร้างโบสถ์ หรือส่วนต่างๆของวัด

    สมัยนี้ การสร้างวัด ต้องอาศัยกำลังทรัพย์และกำลังคนมหาศาล เพราะต้องสร้างวัดให้เพียบพร้อมด้วยสถานที่ร่มรื่น มีอาคารโรงเรือนมากมาย โดยเฉพาะมีโรงอุโบสถ หรือโบสถ์ สถานที่ที่จะต้องใช้เพื่อการทำสังฆกรรมสำคัญๆหลายอย่าง อาทิ การให้การอุปสมบทแก่กุลบุตร การสวดทำอัพภานกรรม การสวดญัตติทุติยกรรมวาจา การสวดญัตติจตุตถกรรมวาจา ฯลฯ ของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
    เนื่องจากโบสถ์ที่สร้างขึ้นทุกวันนี้ คณะสงฆ์สามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ได้หลายอย่างคือ เป็นอาคารอเนกประสงค์ รวมทั้งใช้เป็นที่ประชุมที่แสดงธรรม ที่ฝึกอบรมสมาธิภาวนาที่สวดมนต์ ทำวัตรเช้าค่ำ และที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับต้อนรับพระอาคันตุกะ เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผู้ที่สร้างโบสถ์ถวายพระสงฆ์จึงได้บุญกุศลมากมาย ทั้งชาตินี้และชาติหน้า กล่าวคือ
    ชาตินี้ ผู้มีศีลเป็นพื้นฐานที่ถวายโรงอุโบสถ ย่อมได้ความปลื้มปีติสุขอย่างสูง เมื่อได้ทราบว่าพระสงฆ์ได้ใช้โรงอุโบสถที่ตนสร้างถวายอย่างคุ้ม ค่า เกียรติคุณของผู้ถวายย่อมฟุ้งขจรไกล ผู้ถวายย่อมได้ สดับพระธรรมเทศนา เพิ่มพูน ศีล สมาธิ ปัญญา ทำให้จิตใจสะอาด สว่างสงบสุขได้มากขึ้น แม้จะสิ้นชีพก็ไม่หลงทำกาลกิริยา(ตาย) ย่อมมีอารมณ์ยึดมั่นในกุศลเป็นอาสันนกรรมสที่ดี ชาติหน้า ถ้าผู้ถวายโรงอุโบสถ ยังมีกิเลสอยู่ถึงแก่กรรมลง เขาย่อมได้ไปเกิดในกำเนิดที่ดีมีความสะดวกสบายที่เรียกว่าสุคติ โลกสวรรค์ อันเพียบพร้อมด้วยสิ่งที่ประเสริฐ ที่พึงพอใจ อันเป็นฝ่ายโลกิยสมบัติและจะได้บรรลุคุณธรรมต่างๆ อาทิ ฌาน อภิญญา อริยมรรค อริยผล และกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานเป็นที่สุด

  52. #ทำบุญวันเกิด on October 4th, 2009 2:55 am

    การทำบุญ (พุทธศาสนา)
    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    ส่วนหนึ่งของ
    พุทธศาสนา

    ประวัติพุทธศาสนา
    ศาสดา

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    จุดมุ่งหมายของพุทธศาสนา
    พ้นทุกข์ / ความดับทุกข์
    ไตรสรณะ

    พระพุทธ ? พระธรรม ? พระสงฆ์
    ความเชื่อและการปฏิบัติ
    ศีล ? ธรรม
    ศีลห้า ? เบญจธรรม
    สมถะ ? วิปัสสนา
    บทสวดมนต์และพระคาถา
    คัมภีร์และหนังสือ
    พระไตรปิฎก
    พระวินัยปิฎก ? พระสุตตันตปิฎก ? พระอภิธรรมปิฎก
    หลักธรรมที่น่าสนใจ
    ไตรลักษณ์
    บัญญัติ ? ขันธ์ ? ปรมัตถธรรม
    นิกาย
    เถรวาท ? อาจริยวาท (มหายาน) ? วัชรยาน ? เซน
    สังคมพุทธศาสนา
    เมือง ? ปฏิทิน ? บุคคล ? วันสำคัญ ? ศาสนสถาน ? วัตถุมงคล
    การจาริกแสวงบุญ
    พุทธสังเวชนียสถาน ?
    การแสวงบุญในพุทธภูมิ
    ดูเพิ่มเติม
    ศัพท์เกี่ยวกับพุทธศาสนา
    หมวดหมู่พุทธศาสนา
    สถานีย่อย

    ทำบุญ คือ การทำความดี, การประกอบกรรมดี, การทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเพิ่มพูนความดี และเพื่อกำจัดความเห็นแก่ตัว ความเห็นแก่ได้ออกไปจากใจ

    ทำบุญ ในคำวัดหมายถึงการทำสิ่งที่เป็นบุญ กล่าวกว้างๆ วิธีทำบุญมี 3 วิธีคือ
    ให้ทาน เช่นทำบุญตักบาตร เลี้ยงพระ ถวายสังฆทาน
    รักษาศีล เช่นรักษาศีลห้า, ศีลแปด
    เจริญภาวนา เช่น ทำสมาธิอบรมใจ ปฏิบัติกรรมฐาน

    นอกจากนี้ยังมีวิธีทำบุญอีก 7 อย่าง คือ “บุญกิริยาวัตถุ” รวมเป็น 10 อย่าง

    ทำบุญ ในปัจจุบันมักเข้าใจเพียงว่าตักบาตร ถวายสังฆทาน ถวายเงินให้วัดเท่านั้นจึงจะชื่อว่าทำบุญ แท้จริงการทำเช่นนั้นเป็นการทำบุญเพียง 1 อย่างใน 10 อย่างเท่านั้น
    [แก้]
    อ้างอิง
    พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. ๙ ราชบัณฑิต พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด, วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548
    [แก้]
    ดูเพิ่ม
    การตักบาตร มักใช้คู่กันเป็น “การทำบุญตักบาตร”

    ที่มา – http://th.wikipedia.org/wiki/การทำบุญ_(พุทธศาสนา)

  53. กล้วยไม้ on October 4th, 2009 4:34 am

    เหอะ ๆ ค้างอยู่หน้า 4 ค่อยยังชั่วนึกว่าหายไปแล้วการ @การทำบุญวันเกิด #ทำบุญวันเกิด นี่สุดยอดจริง ๆ เลย

  54. ทำบุญ on October 4th, 2009 11:58 pm

    เหอะ ๆ กระจอกมาก ๆ ตามเว็บฐาน ทำบุญวันเกิดของคนอื่นเยอะเลย อยู่หน้า 4 แน่ะ

  55. กล้วยไม้ on October 5th, 2009 4:05 am

    สรุปอันดับที่ดีที่สุดของ *ทำบุญวันเกิด# ก็ได้แค่ อันดับที่ 25 และก็ร่วงลงมา ไม่กลับคืนเลย…
    ทำไมเราจะต้องซีเรียสด้วยเนี่ยะ? อิอิ ไม่เป็นอันโพสบล๊อคเลย อิอิ

  56. กล้วยไม้ on October 5th, 2009 4:36 am

    ว่าแล้วว่าน้อง ห่วงใย-พลพล ต้องมา
    “วันนั้น วันที่สับสน เราสู้เราทน อยู่ข้างเคียงกัน วันนี้ เธออยู่ไกลฉัน ไม่รู้เธอเป็นอย่างไร…”
    5 5 5 สุขสันต์วันเกิดแด่ตัวเอง มีความสุขมาก ๆนะจ๊ะมดเอ็กซ์

  57. $ทำบุญ#วันเกิด on October 5th, 2009 9:40 pm

    โฮะ ๆ อันดับขึ้นมาอีกระดับ แต่ยังอยู่หน้า 4 เหมือนเดิม เหอะ ๆ วันนี้คงต้องเพิ่ม sb อีกสักสองเว็บ เผื่อจะไปอยู่หน้า 3 ตามเป้าหมาย….

  58. จิรายุส on October 6th, 2009 12:17 am

    สวัสดีครับ…..ทุกคน เซ็งจริงๆเลยนะ..ไม่ได้ไปทำบุญวันเกิดด้วย
    เหอะๆ …….แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ

  59. จิรายุส on October 6th, 2009 12:20 am

    ดีครับ….โรงเรียน บ้านก้านเหลือง อายุก็ประมาณ 51 ปีแล้วนะ เท่าที่จำได้นะครับ

    เพราะว่าปีที่แล้ว ก็ 50 ปี ผมก็ได้ทำบุญ ด้วย

    +…+ ___ *…*___+0+___ 0….0____

  60. %ทำบุญวันเกิด@ on October 6th, 2009 12:23 am

    งั้นคงต้องขอบอกว่า สุขสันต์วันเกิดครับคุณลุง แหม 51 ขวบแล้วเหรอครับ?
    งั้นขอให้สุขภาพกายและสุขภาพใจแข็งแรงนะครับ สุขสันต์วันเ้กิดครับผม.

  61. ไผ่ พงศทอนตังค์ on October 6th, 2009 12:25 am

    หลายคนอาจคิดว่า วันเกิดทำอะไรดี??? บางคนว่า ไปสังสรรค์กับเพื่อน
    บางคนไปวัด บางคนไปเที่ยว แต่สำหรับผมนิยมทำบุญวันเกิด
    เพื่อเสริมสร้างศิริมงคลให้แก่ชีวิต…

  62. วันเกิดทำบุญ on October 6th, 2009 1:24 am

    วันเกิดทำบุญดีัแล้วครับ รักษาศีลให้บริสุทธิ์ แค่นี้ก็ได้บุญแล้วครับ

  63. ทำใจ on October 6th, 2009 3:44 am

    ทำบุญวันเกิดด้วยการทำใจ
    แต่เป็นการทำใจให้บริสุทธิ์
    ไร้ซึ่งกิเลส ทั้งปวง แล้วชีวิต
    ที่เริ่มต้นจากวันเำกิดของเราจะมีความสุขนะจ๊ะ

    อย่าลืม ต้องเริ่มที่ตัวเอง ทำใจให้บริสุทธิ์

  64. มดเอ็กซ์ on October 6th, 2009 10:08 pm

    ก๊าก ๆ ตกไปอยู่หน้า 5 แล้วจ้า เป็นไปได้ไงเนี่ยะ??? ร่วงกันกระจาย….

  65. yams on October 7th, 2009 7:52 pm

    ฮาๆๆๆ นั่งอ่านจนจบเลย โพสได้น่ารักมาก อิอิ อ่านไปขำไป ยิ้มไปเลยละ สู้ๆนะคะคุณมดเอ็กซ์ ^_^

    ปล.ชอบเว็บมากมีแต่รูปกล้วยไม้สวยๆทั้งนั้นเลย

  66. มดเอ็กซ์ on October 7th, 2009 11:36 pm

    5 5 5 นั่งอ่านได้ไงครับจนจบโพส ผมเองไม่ได้อ่านเลยสักกะติ๊ด เว้นแต่อันที่คอมเม้นเอง 5 5 5
    ทดสอบระบบคอมเม้นนะครับท่านเทพฯ อิอิ สุดยอดครับ มีเทพเสียวมาเหยียบเจิมบอร์ดให้แล้ว เย้ ๆ ขอบคุณครับ

    ขอบคุณครับสำหรับคำชำเว็บ ผมก็ทำไปงั้นล่ะครับ ด้วยความรักกล้วยไม้ แล้วถ้าทำบุญวันเกิดเว็บเมื่อไหร่จะเชิญมาเจิมนะครับ แน่ะยังไม่เลิกทำบุญวันเกิดอีกเรา 5 5 5
    เข้าข่าย spam kw มั้ยนิ? อิอิ

  67. สุโค่ย on October 9th, 2009 6:35 am

    สุโค่ย จากหน้า 9 มาหน้า 4 คืนแล้วจ้าาาาาาาาาาาา…

  68. สุโค่ย on October 9th, 2009 12:01 pm

    ดีใจไม่้นาน ก็ตกมาอยู่หน้าห้าซะล่ะ เรื่องทำบุญวันเกิดเราเนี่ยะ แย่จิง ๆ

  69. ต้น on October 10th, 2009 10:32 am

    เพียบเลย

  70. สุโค่ย on October 10th, 2009 8:37 pm

    อะไรเพียบเหรอครับท่านต้น………….

  71. ทำบุญวันเกิด on October 11th, 2009 11:07 am

    ทำบุญวันเกิดด้วยการปฏิบัติธรรม
    http://www.larnbuddhism.com/grammathan/
    เว็บนี้ดีจริง ๆ มีดาวน์โหลดบทสวดมนต์ด้วย ผมโหลดมาแล้ว สองแผ่นซีดี

  72. การทำบุญด้วยการถวายจีวร on October 13th, 2009 3:02 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยการถวายจีวร
    ผู้ ที่ทำบุญด้วยการถวายจีวรแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ จะเป็นผู้ที่พร้อมด้วยเสื้อผ้า อาภรณ์ และเครื่องประดับ มีแต่ผู้คนให้ความเคารพยกย่อง มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับของคนทุกหมู่เหล่า
    เมื่อใดก็ตามจะต้องพบกับความมีอุปสรรค อุปสรรคนั้นจะผ่านพ้นไปด้วยดี ภยันตรายอื่นๆ อย่างสัตว์มีพิษและของมีคมต่างๆ ก็ทำร้ายไม่ได้
    อานิสงส์ที่จะเกิดขึ้นในชาติหน้า จะเกิดมาเป็นผู้ที่มีความเพียบพร้อมด้วยหน้าตาที่งดงาม และสติปัญญาที่น่านับถืออย่างยิ่ง

  73. การทำบุญวันเกิดด้วยการถวายเตียงนอน on October 13th, 2009 3:05 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยการถวายเตียงนอน
    ผู้ ที่ทำบุญด้วยการถวายเตียงนอนแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ผลบุญในเรื่องของความเป็นอยู่ที่สุขสบาย จะได้นอนหลับในที่ที่อุ่นในยามหนาว เย็นสบายในช่วงฤดูร้อน
    ใน เรื่องของสุขภาพก็มักจะไม่เจ็บป่วยง่าย ร่างกายแข็งแรงหากคิดจะเอาดีทางด้านการกีฬา ก็จะโด่งดังในระดับโลก เพราะจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในด้านนี้มาก
    เมื่อชีวิตเข้าสู่วัยชรา ก็จะมีลูกหลานมาดูแล ไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว นับว่าสบายตั้งแต่เกิดจนตาย

  74. การทำบุญด้วยการถวายหมอน on October 13th, 2009 3:06 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยการถวายหมอน
    .
    ผู้ ที่ทำบุญด้วยการถวายหมอน จะได้รับอานิสงส์ในเรื่องของการเป็นผู้ที่มีความอดทนอดกลั้นเหนือผู้อื่น หากอยู่ในการแข่งขันจะเป็นบุคคลที่สร้างความกดดันให้แก่คู่ต่อสู้อย่างมาก ทำการงานใดก็จะสำเร็จ เพราะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรือท้อแท้ง่าย อีกทั้งหากจะทำการงานใดก็จะมีคนคอยอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่เสมอ

  75. การทำบุญด้วยยาดม ยานัตถุ์ on October 13th, 2009 3:06 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยยาดม ยานัตถุ์
    .
    ผู้ ที่ทำบุญด้วยยาดม หรือยานัตถุ์ จะได้รับอานิสงส์ผลบุญส่งให้เป็นผู้ปลอดภัยจากโรคเกี่ยวกับจมูกทั้งปวง จะได้รับรส และกลิ่นที่งดงามอย่างกลิ่นของพระธรรม
    เกียรติยศ ชื่อเสียงต่างๆ จะขจรขจายไปทั่ว จนผู้คนต่างพากันชื่นชมในคุณงามความดีที่คุณได้สั่งสมเอาไว้ บริวารต่างพากันเคารพ และคอยปกป้องไม่ให้ได้รับอันตราย จึงเป็นผู้ที่ได้รับการปกป้องเป็นอย่างดีจากผู้อื่น

  76. การทำบุญด้วยร่ม on October 13th, 2009 3:07 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยร่ม

    ผู้ ที่ทำบุญด้วยการถวายร่ม จะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้ชีวิตมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข แม้ในยามที่ตกทุกข์ชะตาดับ ก็จะเกิดปาฏิหาริย์กลายเป็นดีได้ในทุกครั้ง
    นอก จากนี้ยังเป็นผู้อุดมด้วยบุญบารมี แผ่ขยายไปทั่วจนเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ผู้อื่นได้ด้วย จึงมีแต่คนเคารพนับถือ และยอมรับในความกรุณาอย่างดียิ่ง
    ในบั้นปลายชีวิตก็จะพบแต่ความสุขที่แท้จริง ไม่ต้องอยู่โดดเดี่ยวแน่นอน

  77. การทำบุญด้วยไม้กลอนประตู on October 13th, 2009 3:07 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยไม้กลอนประตู

    ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายไม้กลอนประตู จะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้เป็นผู้ที่มีความกล้าหาญในทุกๆ เรื่อง จึงได้รับโอกาสดีๆ อยู่เสมอ
    จะ ได้รับการปกป้องคุ้มครองเป็นอย่างดีจากคนรอบข้าง ไม่ต้องทุกข์กาย ทุกข์ใจ ชีวิตจะสุขสบายตั้งแต่เกิดจนตาย เพราะหนทางโรยด้วยกลีบกุหลาบอยู่แล้ว นับว่าเป็นความโชคดีอย่างมาก

  78. การทำบุญด้วยน้ำมันนวด on October 13th, 2009 3:08 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยน้ำมันนวด

    ผู้ ที่ทำบุญด้วยการถวายน้ำมันนวด จะได้รับอานิสงส์ผลบุญทำให้เป็นผู้ที่พรั่งพร้อมไปด้วยบริวารที่คอย ปรนนิบัติพัดวีอย่างใกล้ชิด หากจะทำสิ่งใดก็จะมีที่ปรึกษา ส่งเสริมทั้งกำลังกาย ใจ สติปัญญาและกำลังทรัพย์
    ส่วน การเจ็บไข้โดยเฉพาะอาการปวดเมื่อยต่างๆ จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน จะเป็นผู้ที่มีกำลังวังชาดี หากจะเป็นนักกีฬา ก็จะโด่งดังระดับโลก หรือหากจะรับราชการทหารหรือตำรวจก็น่าสนับสนุนส่งเสริม เพราะจะได้เป็นผู้บัญชาการอย่างรวดเร็ว

  79. การทำบุญด้วยพัด on October 13th, 2009 3:09 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยพัด

    ผู้ ที่ทำบุญด้วยพัด จะได้รับผลบุญในเรื่องของสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ชีวิตจะมีเรื่องสบายใจ ลูกหลานก็เป็นคนดีมีศีลธรรม ไม่สร้างเรื่องทุกข์กาย ทุกข์ใจใดๆ ให้เลยแม้แต่น้อย
    เกียรติยศและชื่อเสียงจะโด่งดัง และมีแต่คนยอมรับนับถือจำนวนมาก ในโลกหน้าก็จะพบแต่ความสุขสำราญกายใจเช่นชาตินี้

  80. การทำบุญด้วยรองเท้า on October 13th, 2009 3:09 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยรองเท้า

    ผู้ที่ทำบุญด้วยรองเท้า จะเป็นผู้ที่ได้รับอานิสงส์ของการเป็นผู้มีบริวารมาก จะมีคนคอยให้ความช่วยเหลือและยกย่องเชิดชูเป็นอย่างดี
    ใน เรื่องของโรคเกี่ยวกับเท้าก็หมดไป ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ และหากจะท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ก็ทำได้ง่าย ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยเพราะจะได้เป็นนักเดินทางที่มีชื่อเสียง ตลอดการเดินทางก็จะได้เรียนรู้ และศึกษาสิ่งต่างๆ เสมอ จะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูงมากคนหนึ่ง

  81. การทำบุญด้วยกุญแจ on October 13th, 2009 3:10 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยกุญแจ

    ผู้ที่ทำบุญด้วยกุญแจจะเป็นผู้ที่มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน คิดอะไรก็แตกฉาน ไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไขไม่ได้หากคิดจะทำ
    อีก ทั้งชีวิตยังมีแต่ความปลอดภัย ภยันตรายก็ไม่กล้ามากล้ำกรายอย่างแน่นอน ส่วนในชาติหน้าก็จะเกิดเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั่วทั้งแผ่นดิน

  82. การทำบุญด้วยการถวายที่ดิน on October 13th, 2009 3:10 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยการถวายที่ดิน

    ผู้ ที่ทำบุญด้วยการถวายที่ดินแด่พระสงฆ์ นับว่าเป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ จะได้เป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้ปกครองแผ่นดินหรือบริหารประเทศ
    ความ ที่เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่จึงมีคนพากันยกย่องสรรเสริญจำนวนมาก ในเรื่องของความมั่นคงทางกายและใจ ไม่มีปัญหาอะไรเลยเพราะเป็นผู้ที่หนักแน่น ทำการใดก็เจริญและได้รับการยอมรับอยู่ตลอด จะมีความสุขทั้งชีวิตเลยทีเดียว

  83. การทำบุญด้วยการทำความสะอาดเจดีย์ on October 13th, 2009 3:11 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยการทำความสะอาดเจดีย์

    ผู้ ที่ทำบุญด้วยการทำความสะอาดเจดีย์ นับว่าได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน เพราะจะทำให้ชีวิตมีแต่ความสงบราบรื่น คิดจะทำสิ่งใดก็ไร้อุปสรรค
    หากตายไปแล้วก็จะได้ไปจุติในแดนสวรรค์ มีผู้คนและบริวารห้อมล้อมและปรนนิบัติตลอด นับว่าจะได้รับอานิสงส์นี้ทุกชาติๆ ไปเลยทีเดียว
    จิตใจนั้นก็ค่อนข้างดีงาม พ้นจากกิเลส ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้เสมอ เพราะมีแต่ความเมตตานั่นเอง

  84. การทำบุญด้วยการถวายไม้เท้าค้ำยัน on October 13th, 2009 3:12 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยการถวายไม้เท้าค้ำยัน
    .
    ผู้ ที่ทำบุญด้วยการถวายไม้เท้าค้ำยันแด่พระสงฆ์ ผลบุญนี้จะทำให้ได้รับความสบายใจในการครองชีวิต ไม่ต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรค จะมีคนคอยปกป้องรักษาให้แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ
    จะมีลูกก็จะพึ่งพิงได้ ลูกจะดี ไม่นำเรื่องหนักใจมาให้
    จะ เป็นคนที่มีชีวิตที่มั่นคง เหมือนไม้เท้าคอยค้ำยันไว้ กล้าหาญในการทำกิจต่างๆ ทำให้คนรอบข้างที่คิดร้ายหวาดกลัวและพ่ายแพ้ไปในที่สุด
    โดยส่วนใหญ่แล้วผลบุญนี้จะส่งผลให้เป็นคนดวงแข็ง

  85. การทำบุญด้วยการไหว้พระพุทธรูปด้วยจิตศรัทธา on October 13th, 2009 3:12 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยการไหว้พระพุทธรูปด้วยจิตศรัทธา
    .
    ผู้ที่ทำบุญด้วยการไหว้พระพุทธรูปด้วยจิตที่ศรัทธานั้นจะได้รับอานิสงส์ คือ อานิสงส์นี้จะไปเสริมดวงให้เป็นที่เคารพนับถือ
    ชีวิตครอบครัวก็จะสุขสบาย เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงและน่าสรรเสริญ
    ปราศจากศัตรูที่คิดร้าย คนคิดร้ายก็จะสำนึกในความดีต่างๆ แล้วพ่ายแพ้ไป
    เส้นทางชีวิตมีแต่ความสุข สงบ พบเจอแต่เรื่องดีๆ ในชีวิต จะมีสติดี ทำให้ประสบความสำเร็จในเรื่องที่หวังได้ง่าย

  86. การทำบุญด้วยดอกไม้ ธูปเทียน on October 13th, 2009 3:13 am

    การทำบุญวันเกิดด้วยดอกไม้ ธูปเทียน
    .
    ผู้ ที่ทำบุญด้วยการถวายดอกไม้ ธูปเทียน จะได้รับอานิสงส์ผลบุญในส่วนของการมีสติปัญญาที่ฉลาดปราดเปรื่อง รู้จักแก้ไขปัญหาจัดการเรื่องต่างๆ กับชีวิตของตนได้เป็นอย่างดี หากคิดจะวางแผนก็เป็นนักวางแผนตัวสำคัญ
    ในเรื่องของรูปร่างหน้าตาก็สง่างาม เป็นหญิงอย่างกุลสตรี เป็นชายก็สมชายชาตรี ใครเห็นก็รักใคร่ชอบพอกันทุกคน
    ส่วน ใหญ่แล้วอานิสงส์นี้จะผลักดันให้ผู้ที่ทำบุญพบกับความสำเร็จ ชื่อเสียงโด่งดัง จนเป็นที่ยอมรับของคนทุกเพศทุกวัย นับเป็นบุญกุศลที่สูงส่งยิ่ง

  87. ทำบุญวันเกิด on October 15th, 2009 9:26 pm

    โอ้วว ดีใจด้วยนะครับ ขอให้ขึ้นไปอีกๆ สาธุ อิอิ

  88. กล้วยไม้ on October 18th, 2009 9:36 pm

    ตอนนี้อยู่หน้า 4 จากการตั้ง เวลาโพส วันละโพส อิอิ
    แค่นี้ก็ดีใจแล้วละครับ ไม่ร่วงจากหน้า 10 ถือว่าผมชนะตัวเองครับ
    ถึงแม้จะไม่ได้โปรโมตอะไรเท่าไหร่เลย รวมหาลิ้งค์ไม่เกิน 20 ลิ้งค์ครับ อิอิ

  89. Anonymous on October 20th, 2009 2:42 am

    และแล้วการทำบุญวันเกิด ก็หลุดมาอยู่หน้า 5 อันดับที่ 41 ของคำว่าทำบุญวันเกิดใน google.co.th

  90. Anonymous on October 20th, 2009 2:54 am

    อัดลิงค์จาก exteen ร่วม 20 ลิ้งค์ จะเจอพี่ google เล่นงานมั้ยนิ?

  91. Anonymous on October 20th, 2009 10:25 pm

    ผลออกมาแล้วครับ เว็บเราได้ที่ 1 ในหน้า 5
    กร๊าก ๆ อันดับที่ 41 จาบ้าตาย

  92. โฟล์คลิฟ on October 22nd, 2009 8:03 pm

    หุๅ ดีจัยด้วยคร้าบบบ ของผมแรงดันมะค่อย ไม่เกิน 100 ก็โอเชแล้วล่ะ

ฝากความคิดเห็นได้ตามสบายเลยครับ (สุภาพด้วยนะ กม.คอมฯ มันแรง...)
หากต้องการให้รูปคุณแสดงไปที่นี่เลย(สมัครสมาชิกเว็บด้วยนะครับถึงจะแสดง...) gravatar!






ขอต้อนรับท่านเข้าสู่เว็บบล๊อค กล้วยไม้ กล้วยไม้ป่า กล้วยไม้ไทย รูป กล้วยไม้ รูป กล้วยไม้ ป่า รูปกล้วยไม้ไทย รูปกล้วยไม้ลูกผสม
แหล่งโชว์รูป กล้วยไม้ บอร์ดปรึกษาปัญหา กล้วยไม้ แหล่งรวมของคนรัก กล้วยไม้ หากคุณรัก กล้วยไม้ เชิญนำรูป กล้วยไม้ มาโชว์ได้ครับ
TJorchid.com : แหล่งความรู้เรื่อง กล้วยไม้ ที่จะทำให้คุณรัก กล้วยไม้ มากขึ้น มาเป็นส่วนหนึ่งของคนรัก กล้วยไม้ กันเถอะ
อ้อตอนนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพืชกินแมลง เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง กาบหอยแครง แล้วด้วยนะ: by นาย กล้วยไม้

ฐานข้อมูลกล้วยไม้| กล้วยไม้ป่า| กล้วยไม้ไทย..